Switch to: uk
23 March 2017 22:39PM

ผ้าลูกไม้ไทยสู่แบรนด์ชุดชั้นในโลก

14 Dec 06 ,  -
  • 0
  Bischoff Gamma (Thailand) Ltd. ผู้ผลิตผ้าลูกไม้สำหรับชุดชั้นในที่ได้มาตรฐานที่สุดในเอเชีย

 เผยลูกค้าต้องการซัพพลายเออร์ที่มีเครือข่ายกว้างขวางเพื่อสร้างซัพพลายเชน ลงทุนสร้างโรงงานผลิตผ้าลูกไม้ในศรีลังกา และเปิด sales office ที่ฮ่องกงและจีนเพื่อให้บริการลูกค้า ด้านยอดขายปีนี้ตั้งเป้าไม่ต่ำกว่า 500 ล้านบาท

Bischoff Gamma (Thailand) Ltd. บริษัทผู้ผลิตผ้าลูกไม้สำหรับชุดชั้นในที่ได้มาตรฐานที่สุดในเอเชีย ที่เกิดจากการร่วมทุนระหว่าง Gamma Textiles Co., Ltd. กับบริษัท Bischoff สวิตเซอร์แลนด์ ซึ่งมีชื่อเสียงที่สุดในโลกในด้านการผลิตผ้าลูกไม้
            ผ้าลูกไม้ของบริษัทประมาณ 80-90% ถูกส่งออกไปยังลูกค้ากลุ่มแบรนด์เนมชุดชั้นในต่างประเทศ โดยมี Victoria’s Secret ของสหรัฐอเมริกาเป็นลูกค้ารายใหญ่ที่สุด เฉพาะปีที่แล้วบริษัทได้รับออร์เดอร์จากลูกค้ารายนี้คิดเป็นมูลค่า 100 ล้านบาท และยังได้รับการประเมินด้วยคะแนนสูงถึง 97 จาก 100 คะแนน
            ส่วนลูกค้ารายอื่นได้แก่ Marks & Spencer, Triumph, Chantelle ส่วนลูกค้าในไทยคือ Wacoal, Triumph, Kyra และ Playboy ปรับตัวรับการแข่งขัน            การที่ Bischoff Gamma (Thailand) Ltd. มีบริษัทในเครือคือ บริษัท Gamma Textile Mfg. ซึ่งมีทั้งโรงทอผ้าลูกไม้และโรงงานฟอกย้อม บริษัท Gemini Textile โรงงานทำเส้นด้าย และบริษัท Eschler Thai Knit โรงทอผ้าสำหรับปักลูกไม้ ทำให้เกิดเครือข่ายซัพพลายเชนที่สร้างความไว้วางใจให้กับลูกค้า และบริษัทยังได้นำซอฟท์แวร์ Tracking Process จากสวิตเซอร์แลนด์เข้ามาควบคุมการผลิต รวมทั้งบริหารให้ออร์เดอร์นั้นๆ เสร็จตามกำหนดและได้มาตรฐานที่ลูกค้าต้องการ เพราะการทำงานกับลูกค้าระดับสูง เวลาส่งมอบสินค้าสำคัญมาก
            คุณเทพฤทธิ์ ศรีชวาลา, M.D., CEO อธิบายว่า เดิมลูกค้าเคยให้เวลาทำงาน 90-120 วัน แต่เดี๋ยวนี้เหลือเพียง 45-60 วัน ในยุโรปเองบางครั้งใช้เวลาผลิตแค่ 30 วันหรือ 3 อาทิตย์ก็มี สำหรับมินิมัมออร์เดอร์นั้นหากคิดเป็นเงินต่อหนึ่ง development อยู่ที่ราวสองแสนบาท ถ้าจำนวนน้อยกว่านั้นก็ต้องคิดค่าใช้จ่ายเพิ่ม ส่วนยอดขายของปีที่แล้วอยู่ที่ 500 กว่าล้านบาท ส่วนปีนี้บริษัทคาดว่าน่าจะอยู่ใกล้เคียงกัน
            เวลานี้เรามีบริษัทในเครือสามแห่งทำให้เกิดมีซัพพลายเชนขึ้น และได้มาตรฐานการทำงานและมาตรฐานสินค้าที่ดี แล้วปัจจุบันเทรนด์ในการ sourcing ของผู้ซื้อทั้งทางยุโรปและสหรัฐอเมริกาก็คือ เขาจะพิจารณาว่าซัพพลายเออร์มีเครือข่ายหรือมีระบบซัพพลายเชนที่ดีหรือไม่ รวมทั้งเรื่อง one stop service เพราะต้องการลดเวลาทำงานให้สั้นลง ยิ่งถ้าเรามีเครือข่ายมากก็จะมีอำนาจในการต่อรองมากขึ้น คุณเทพฤทธิ์ กล่าว สร้างมูลค่าด้วยดีไซน์             Bischoff Gamma (Thailand) Ltd. มีทีมออกแบบคอลเลคชั่นลายผ้าลูกไม้ใหม่ๆ โดยจะออกแบบซีซั่นต่อซีซั่น ซีซั่นละ 100 แบบ ในหนึ่งปีจึงต้องครีเอทลายผ้าร่วม 300 แบบ เพื่อนำเสนอลูกค้าโดยที่ลูกค้าจะใช้ดีไซน์ของแบรนด์เองและที่บริษัทพัฒนาขึ้นประมาณครึ่งต่อครึ่ง
            บางซีซั่นตลาดนิยมทอผ้าลูกไม้บนผ้าเกรดสูงที่เรียกว่า chemical fabric ที่เมื่อปักเสร็จแล้วนำไปผ่านกระบวนการ finishing ตัวผ้าเคมีจะละลายออกไปหมด เหลือแต่ลายปัก ซึ่งจะสวยหรือไม่อยู่ที่เทคนิค การตีฝีเข็ม และ finishing ของแต่ละโรงงาน ผ้าแบบนี้บางทีราคาสูงกว่าผ้าลูกไม้ปกติร้อยกว่าเปอร์เซนต์ คุณเทพฤทธิ์ อธิบาย
            สำหรับแฟชั่นผ้าลูกไม้ที่นิยมกันอยู่ตอนนี้คือผ้าเน็ตที่มีฉลุ และผ้าลูกไม้ที่มีลักษณะคล้าย cotton look เน้นสีตุ่นๆ ไม่สว่าง การนำคริสตัลมาติดก็ยังนิยมอยู่ ทั้งนี้แฟชั่นชุดชั้นในส่วนใหญ่มาจากยุโรป ในขณะที่ตลาดเอเซียยังไม่ค่อยให้ความสนใจนัก แต่เมืองไทยก็เริ่มสนใจแฟชั่นชุดชั้นในมากขึ้น            คุณเทพฤทธิ์กล่าวถึงแนวโน้มตลาดชุดชั้นในด้วยว่า ปัจจุบันลูกค้าต้องการสินค้าที่มีดีไซน์หลากหลาย และจะสั่งผลิตลายละไม่มาก หากลายนั้นติดตลาดจึงจะสั่งผลิตต่อ อย่างเช่น Victoria’s Secret จะให้ผลิตผ้าลูกไม้ลายที่เขาต้องการแค่หมื่นหลาเพื่อทดลองวางในร้านสาขาสักสองแห่งเพื่อทราบการตอบรับของตลาด และจะได้วางแผนการผลิตได้ถูก จากนั้นจึงค่อยสั่งอีกทีว่าจะให้ผลิตจริงกี่แสนหลา            เปิดโรงงานผ้าลูกไม้ในศรีลังกา            Bischoff Gamma (Thailand) มีแผนเข้าไปลงทุนตั้งโรงงานผลิตผ้าลูกไม้ในศรีลังกา คาดว่าโรงงานจะเปิดดำเนินการผลิตได้จริงได้ภายใน 1-2 ปีจากนี้ และใช้งบลงทุน 500-600 ล้านบาท
            ที่ศรีลังกายังไม่มีโรงงานผลิตผ้าลูกไม้ แล้วโรงงานการ์เมนท์ที่นั่นมีเยอะมาก นักธุรกิจเข้าไปลงทุนเยอะ Marks & Spencer ก็ไป และ Victoria’s Secret ก็สั่งผลิตจากศรีลังกาเยอะ แต่วัตถุดิบเขาต้องนำเข้า เราเองตอนนี้ก็ส่งผ้าลูกไม้ไปศรีลังกามากนะครับ แต่ถ้าเราเข้าไปอยู่ตรงนั้นจะได้บริการลูกค้าได้ดีขึ้น และจะช่วยให้เราขยายตลาดได้มากกว่าเดิม แต่ฐานการผลิตใหญ่จะยังอยู่ที่ไทย คุณเทพฤทธิ์ เปิดเผยพร้อมกล่าวถึงแผนการตลาดอื่นๆ ว่า บริษัทจะขยายตลาดโดยการเปิดสาขาออฟฟิศในต่างประเทศมากขึ้น เช่นที่จีน ฮ่องกง ซึ่งเป็นแหล่งที่มีกลุ่มผู้ซื้ออยู่เป็นจำนวนมาก             ผ้าลูกไม้ผลงานบริษัทไทยได้รับการยอมรับจากแบรนด์ชุดชั้นในดังของโลก ทั้งยังมีแผนจะขยายธุรกิจไม่หยุดยั้ง เป็นตัวอย่างที่ดีให้กับผู้ประกอบการรายอื่นไม่ใหยุดพัฒนาตัวเอง