Switch to: uk
23 March 2017 22:40PM

เจ.พี. บอสโก บุก Texworld

14 Dec 06 ,  วันทนา อรรถสถาวร
  • 0
 เจ.พี. บอสโก ผู้ผลิตเส้นด้าย Modal และ Tencel พาลูกค้าบุกตลาดสหรัฐฯ ด้วยการเข้าร่วมแสดงสินค้าในงาน Texworld ที่นิวยอร์ก กรุยทางให้ลูกค้าได้ออร์เดอร์จากสหรัฐฯ
บริษัท เจ.พี. บอสโก จำกัด ผู้ผลิตและจำหน่ายเส้นด้าย Modal และ Tencel ในประเทศไทย นำทีมลูกค้าบุกตลาดสหรัฐฯ ด้วยการเข้าร่วมแสดงสินค้าในงาน Texworld Fabric New York ที่ประเทศสหรัฐอเมริกา เมื่อกลางเดือนมิถุนายน เพื่อหาลู่ทางให้ลูกค้าได้รับออร์เดอร์จากผู้นำเข้าสหรัฐฯ

          คุณภานุศักดิ์ มกรากร ผู้จัดการฝ่ายขายและการตลาด  กล่าวว่า การไปร่วมงาน Texworld ครั้งนี้ถือเป็นความร่วมมือกันระหว่างผู้จัดงาน Texworld และ "Lenzing" ซึ่งเป็นผู้จัดงานที่มีชื่อเสียงด้านสิ่งทอและแฟชั่นในสหรัฐฯ

          "เนื่องจากเป็นครั้งแรกที่ Texworld ไปจัดในสหรัฐฯ พื้นที่ของงานจึงเล็กกว่าในยุโรป แต่ก็ถือเป็นจุดเริ่มต้นที่ดี เราหวังว่าการสนับสนุนในครั้งนี้จะเป็นช่องทางให้ลูกค้าได้รู้จักกับเจ้าของแบรนด์ในสหรัฐฯ ซึ่งเป็นตลาดที่ใหญ่ และเป็นตลาดเป้าหมายของเรา" คุณภานุศักดิ์กล่าว

Thailand Sourcing at Texworld

                บริษัทที่ เจ.พี. บอสโก สนับสนุนให้ไปร่วมแสดงสินค้าในครั้งนี้ล้วนเป็นผู้ประกอบการรายใหญ่ ประกอบด้วย บริษัท ถุงเท้าไทย จำกัด บริษัท นันยาง แฟบริค จำกัด บริษัท โรงงานผ้าไทย จำกัด และ บริษัท เวิลด นิตติ้ง เท็กซ์ไทล์ จำกัด ทั้งหมดร่วมกันอยู่ในพื้นที่ "Thailand Sourcing" โดย เจ.พี. บอสโก รับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการไปร่วมงาน 60% และลูกค้ารับผิดชอบ 40%

                บริษัท เวิลด นิตติ้ง เท็กซ์ไทล์ จำกัด ซึ่งนำสินค้าในกลุ่ม delicate ชุดชั้นใน ที่เน้น hand feel และappearance ไปแสดงกล่าวว่า ได้รับการตอบรับจากกลุ่มลูกค้าเป้าหมายที่เป็นแบรนด์เนมในตลาดสหรัฐฯ เข้าเยี่ยมชมบูธพอสมควร ในขณะที่ผู้ผลิตเสื้อเชิ้ตอย่างบริษัท ทีทีไอ จำกัด ต้องการไปสำรวจตลาดรวมทั้งสร้างลูกค้าใหม่ๆ และก็ได้รับออร์เดอร์เล็กๆ จากบริษัทญี่ปุ่นที่ร่วมแสดงสินค้าด้วยกัน

                ด้านบริษัท นันยาง แฟบริค จำกัด นำสินค้าประเภทผ้ายืดที่เหมาะสมสำหรับผลิตชุดชั้นใน เสื้อผ้าสตรี และผ้าที่มีคุณสมบัติพิเศษในเรื่องของ moisture management ไปจัดแสดงเนื่องจากต้องการเปิดตลาดใหม่ รวมถึงพบปะลูกค้าที่ทำธุรกิจร่วมกันอยู่ การมาร่วมงานนี้ยังทำให้นันยางฯ รู้ข้อมูลของตลาดและเทรนด์ต่อไปของผ้า"

                ส่วนบริษัท ถุงเท้าไทย จำกัด ที่จัดแสดงถุงเท้าที่มีคุณสมบัติพิเศษและมีดีไซน์หลากหลาย โดยใช้เส้นใย Modal และ Tencel ของ เจ.พี. บอสโก กล่าวว่าบริษัทได้พบลูกค้าซึ่งคาดว่าน่าจะทำธุรกิจร่วมกันได้ในอนาคต นอกจากนี้การได้พูดคุยกับผู้มาเยี่ยมชมยังทำให้ได้รับรู้ถึงดีไซน์และเทคโนโลยีที่จะได้รับความนิยมต่อไปด้วย

                "แม้คำสั่งซื้อในครั้งนี้ยังมีไม่มากนัก แต่เราต้องการให้เจ้าของแบรนด์และผู้ประกอบการในวงการแฟชั่นสหรัฐฯ ได้รู้จักโรงงานไทย เพื่อจะได้ทดลองใช้บริการและกรุยทางไปสู่อนาคต ส่วนการจัดกิจกรรมลักษณะนี้ในโอกาสต่อไปคงต้องรอดูผลความพอใจของลูกค้าที่ไปร่วมงาน หากบริษัทใดต้องการไปร่วมงานอีกในเดือนมกราคมปี 2007 เราก็ยินดีสนับสนุน หรือหากมีบริษัทรายใหม่แจ้งความจำนงเข้ามา เราก็จะรับไว้พิจารณา" คุณภานุศักดิ์ กล่าว

 

 

เส้นใย Modal และ Tencel

 

          เส้นใยที่บริษัท เจ.พี. บอสโก จำกัด ผลิตและจัดจำหน่ายเป็นสินค้าหลักได้แก่ เส้นใย "Modal" และเส้นใย "Tencel" ซึ่งทั้งสองชนิดจัดอยู่ในกลุ่มเรยอน คือเป็นเส้นใยจากเยื่อไม้ธรรมชาติประเภทยูคาลิปตัสที่มีคุณภาพจากออสเตรีย นำมาผ่านกรรมวิธีทางเทคโนโลยีชั้นสูงจากญี่ปุ่น และผลิตในประเทศไทย

                เส้นใย Modal มักถูกนำไปผลิตเสื้อผ้าสุภาพสตรี โดยเฉพาะชุดชั้นใน เนื่องจากมีความนิ่ม เบา ใส่สบาย ผิวสัมผัสดี มีความเงาอยู่บนเส้นใย และไม่ระคายเคืองขณะสวมใส่ นอกจากนี้ปัจจุบันยังนิยมนำไปผลิตเสื้อ กระโปรง ระดับ hi-end มีทั้งชนิดที่ใช้เส้นใย Modal ทั้งหมด และผสมกับเส้นใยอื่น เช่น ฝ้าย หรือ เรยอน

          เจ.พี. บอสโก ผลิตเส้นใย Modal ออกจำหน่ายสองรุ่น คือ "Modal Classic" และ "Micro Modal"

                "Modal Classic" เป็นเส้นใยที่มีการผลิตมานาน จึงมีหลายบริษัทในโลกที่ผลิตได้ ส่วน "Micro Modal" เพิ่งผ่านการพัฒนาและนำออกสู่ตลาดไม่นานมานี้ ทั่วโลกมีบริษัทที่ผลิตได้ไม่กี่ราย รวมถึงบริษัทสามแห่งใน ไทย ไต้หวัน และเกาหลี ส่วนในยุโรปมีสวิสเซอร์แลนด์เป็นผู้ผลิตรายใหญ่ แต่ราคาของเส้นใย Modal ที่ผลิตในเอเชียจะต่ำกว่าที่ผลิตจากยุโรปมาก

          สำหรับเส้นใย "Tencel" ถูกพัฒนาขึ้นเพื่อตอบสนองการสวมใส่ในยุคปัจจุบัน โดยมีคุณสมบัติของการระบายอากาศที่ดี แห้งง่าย ใส่แล้วไม่อับชื้น และป้องกันเชื้อแบคทีเรีย จึงเหมาะที่จะนำไปตัดเย็บเสื้อผ้า activewear ชุดออกกำลังกาย ตลอดจนผลิตภัณฑ์ home textile

          Tencel ของ เจ.พี. บอสโก มีสามรุ่น คือ "Tencel LF" เหมาะที่จะปั่นร่วมกับฝ้าย เพราะสามารถย้อมด้วยกรรมวิธี active dry "Tencel A 100" สามารถปั่นร่วมกับกลุ่มใยสังเคราะห์ อาทิ อะคริลิค โพลีเอสเตอร์ และ "Micro-Tencel" เส้นใยมีความละเอียดกว่าสองรุ่นที่กล่าวมา จึงมีคุณภาพดีกว่า คุณลักษณะโดยทั่วไปเหมือนใยไหม นิยมนำไปทอโดยไม่ผสมกับเส้นใยอื่น แล้วนำไปประกอบเป็นผลิตภัณฑ์ในกลุ่ม home textile คุณภาพสูง โดยเฉพาะผ้าขนหนู ผ้าปูที่นอน ผ้าห่ม หรือยัดไส้ผ้านวม เพราะเส้นใยแห้ง ไม่เกิดการสะสมกลิ่นอับอันเนื่องจากความชื้น ทั้งยังช่วยป้องกันเชื้อแบคทีเรีย  

          ผู้จัดการฝ่ายขายและการตลาด บริษัท เจ พี บอสโก กล่าวว่า"ในปีนี้เราจะเน้นทำตลาดในกลุ่มสปอร์ตแวร์และแอคทีฟแวร์ให้มากขึ้น โดยมี Tencel เป็นตัวหลัก ที่ผ่านมายอดขายกว่า 70% อยู่ในกลุ่มเสื้อผ้าสตรี แต่ขณะนี้เสื้อผ้าแอคทีฟแวร์มีศักยภาพการเติบโตสูง และต้องการคุณสมบัติของผ้าเช่นเดียวกับที่ Tencel พัฒนาขึ้นมา"

                ทั้งนี้ เจ.พี. บอสโก  คาดว่าปีนี้ยอดขายจะเติบโตไม่น้อยกว่า 50% ของปีที่ผ่านมาซึ่งมีมูลค่า 200 ล้านบาท และมีเป้าหมายที่จะขยายตลาดภายในประเทศให้มากขึ้น เพราะต้องการสร้างสมดุลด้านการตลาดที่ปัจจุบันบริษัทส่งเส้นใยไปจำหน่ายต่างประเทศในสัดส่วน 60% และขายในประเทศ 40%