Switch to: uk
28 March 2017 04:52AM

Shopaholic Behavior

14 Dec 06 ,  -
  • 0
ซีซีไอ เผยผลการสำรวจพฤติกรรมซื้อเสื้อผ้าของผู้บริโภคใน 9 ประเทศ ช่วยผู้ประกอบการวางแผนการผลิตเพื่อสอดรับความต้องการผู้บริโภค
จากการสำรวจผู้บริโภคกว่า 4,500 คน ใน 9 ประเทศ ได้แก่ ไทย ญี่ปุ่น จีน เยอรมัน อิตาลี อังกฤษ บราซิล โคลัมเบีย และ อินเดีย ซึ่งเป็นกลุ่มประเทศหลักที่ประกอบอุตสาหกรรมด้านสิ่งทอและเครื่องนุ่งห่ม ผู้จัดทำการสำรวจคือ คอตตอน เคาน์ซิล อินเตอร์เนชั่นแนล (ซีซีไอ) พบว่า ผู้บริโภคทั่วโลก 22% นิยมซื้อเสื้อผ้าจากร้านค้าปลีก ตามด้วยห้างสรรพสินค้า 20% และร้านที่มีแบรนด์และสาขา ตั้งอยู่ในส่วนพลาซ่า (Specialty Shop) 17% ในขณะที่ผู้บริโภคไทย 51% นิยมซื้อเสื้อผ้าจากร้านข้างถนนมากเป็นอันดับหนึ่ง เมื่อเทียบจากค่าเฉลี่ยทั่วโลกเพียง 8% ตามด้วยห้างสรรพสินค้า 24% และไฮเปอร์มาร์เก็ต 16%

                ในด้านความใส่ใจเรื่องคุณภาพของเสื้อผ้าและเส้นใยในการถักทอเป็นเนื้อผ้านั้น ผลการสำรวจพบว่าผู้บริโภคในอิตาลีเป็นกลุ่มที่ใส่ใจในคุณภาพของเสื้อผ้ามากที่สุด โดยยินดีที่จะจ่ายเงินเพิ่มเพื่อซื้อเสื้อผ้าที่มีคุณภาพมากกว่าถึง 73% และมีกลุ่มคนที่สนใจเรื่องเส้นใยที่ประกอบอยู่ในเสื้อผ้าถึง 78% ในขณะที่ผลสำรวจพบว่าผู้บริโภคชาวไทยและชาวอังกฤษไม่ได้สนใจมองที่ป้ายบอกเนื้อผ้า โดยมีคนไทยที่มองป้ายทุกครั้งและบ่อยครั้งรวมเพียง 29% เท่านั้นเมื่อเทียบกับคนจีนซึ่งให้ความใส่ใจมากที่สุดคือ 65% และเมื่อเปรียบเทียบระหว่างการเลือกใส่เสื้อผ้าธรรมดาที่ใส่สบาย กับเสื้อผ้าทันสมัยแต่ใส่สบายน้อยกว่า ปรากฎว่าคนไทยและคนญี่ปุ่นเลือกที่จะใส่เสื้อผ้าตามแฟชั่น แม้จะใส่ไม่ค่อยสบายนักถึง 20% และ 21% ตามลำดับ ส่วนผู้บริโภคในอิตาลีมีบุคคลประเภทนี้เพียง 8% เท่านั้น

                เมื่อถามถึงจำนวนเงินที่ผู้บริโภคใช้ซื้อเสื้อผ้าในช่วงเดือนมกราคม-มีนาคมที่ผ่านมา คนอิตาลีและญี่ปุ่นมีค่าเฉลี่ยต่อคนในการใช้เงินซื้อเสื้อผ้ามากที่สุด คือประมาณ 15,951 บาท (409 ดอลล่าร์สหรัฐ) และ 11,817 บาท (303 ดอลลาร์สหรัฐ) ในขณะที่คนไทยใช้เงินซื้อเสื้อผ้าโดยเฉลี่ยประมาณคนละ 2,379 บาท

                ประเภทของเสื้อผ้าที่ผู้บริโภคใน 9 ประเทศซื้อกันมากที่สุด ได้แก่ เสื้อยืดกับชุดชั้นใน 57% ยีนส์ 55% และกางเกง 48% ในขณะที่ในประเทศไทย ผู้บริโภคชาวไทยซื้อเสื้อยืดมากที่สุดด้วยค่าเฉลี่ยถึง 79% ซึ่งเป็นค่าเฉลี่ยที่สูงที่สุด ตามด้วยยีนส์ 56% และกางเกง 51% ทั้งนี้ ผู้บริโภคใน 9 ประเทศซื้อเสื้อผ้าเฉลี่ยเดือนละ 1 ครั้งหรือมากกว่า คิดเป็น 41%, 2-3 เดือนต่อครั้ง คิดเป็น 32% และ 4-6 เดือนต่อครั้ง คิดเป็น 19% สำหรับคนไทยนั้นซื้อเสื้อผ้าเฉลี่ยเดือนละ 1 ครั้งหรือมากกว่า คิดเป็น 47% ซื้อเสื้อผ้า 2-3 เดือนต่อครั้ง 35% และมีอยู่ 10% ที่ซื้อเสื้อผ้า 4-6 เดือนต่อครั้ง

แรงกระตุ้นในการตัดสินใจซื้อ

                61% ของผู้บริโภคใน 9 ประเทศ ตัดสินใจซื้อเสื้อผ้าจากสินค้าตัวอย่างที่โชว์ในร้าน ผู้บริโภค 45% ซื้อเพราะเพื่อนและเพื่อนร่วมงานแนะนำ และผู้บริโภค 42% ตัดสินใจซื้อจากเสื้อผ้าเดิมที่มีอยู่ ในขณะที่ผู้บริโภคคนไทย 57%  ตัดสินใจซื้อจากเสื้อผ้าเดิมที่มีอยู่  ตามด้วยการตัดสินใจซื้อจากสินค้าตัวอย่างที่โชว์ในร้าน 53% และตัดสินใจซื้อเพราะเพื่อนและเพื่อนร่วมงาน 38%

                ผลการสำรวจยังพบว่าผู้บริโภคในญี่ปุ่นเป็นกลุ่มที่ตัดสินใจซื้อเสื้อผ้าจากนิตยสารมากที่สุดถึง 58% ซึ่งแสดงให้เห็นว่านิตยสารมีอิทธิพลต่อการตัดสินใจซื้อเสื้อผ้าของผู้บริโภคในประเทศญี่ปุ่นมากกว่าโทรทัศน์และเพื่อนร่วมงาน ในขณะที่ผู้บริโภคชาวอังกฤษ 82% ตัดสินใจซื้อเสื้อผ้าจากเสื้อผ้าเดิมที่มีอยู่ซึ่งเป็นสัดส่วนที่สูงกว่าทุกประเทศและสูงกว่าค่าเฉลี่ยผู้บริโภคทั้ง 9 ประเทศถึงสองเท่า (42%)

                การสำรวจพฤติกรรมและทัศนคติการเลือกซื้อเสื้อผ้าของผู้บริโภคทั่วโลกครั้งนี้จัดทำโดย คอตตอน เคาน์ซิล อินเตอร์เนชั่นแนล (ซีซีไอ) และ สถาบันพัฒนาอุตสาหกรรมสิ่งทอ ทำการสำรวจความคิดเห็นโดย บริษัท ซินโนเวต จำกัด เมื่อเดือนมีนาคม 2549  และได้รับการเปิดเผยในงานสัมมนา "Global Lifestyle Monitor by COTTON USA" เพื่อประโยชน์แก่กลุ่มผู้ประกอบธุรกิจในอุตสาหกรรมสิ่งทอและเครื่องนุ่งห่มไทย

                คุณไกรภพ แพ่งสภา ตัวแทน ซีซีไอ ประเทศไทย กล่าวว่า "ซีซีไอ ได้ดำเนินการสำรวจพฤติกรรมการซื้อของผู้บริโภคอย่างต่อเนื่องมาตั้งแต่ ปี 2541 โดยในปี 2549 เป็นปีแรกที่ทำการสำรวจในประเทศไทย ซึ่งผลการสำรวจดังกล่าวทำให้ผู้ประกอบการในกลุ่มอุตสาหกรรมสิ่งทอได้รับประโยชน์อย่างยิ่ง โดยเฉพาะในเรื่องพฤติกรรมการซื้อเสื้อผ้าและแฟชั่น ความใส่ใจในคุณภาพของเสื้อผ้าและเส้นใยในการถักทอเป็นเนื้อผ้า รวมถึงการแต่งกายลำลองของผู้บริโภคจากประเทศหลักทั้ง 9 ประเทศ เพื่อช่วยให้ผู้ประกอบการทุกกลุ่มสามารถนำข้อมูลดังกล่าวไปพัฒนาแผนการผลิตและแผนการตลาดได้ตรงกลุ่มเป้าหมายมากขึ้น"

                ทั้งนี้ กลุ่มตัวอย่างที่ทำการสำรวจในประเทศไทยมีจำนวน 507 ราย จากกรุงเทพฯ เชียงใหม่ หาดใหญ่ ชลบุรี และ โคราช โดยมีสัดส่วนชาย-หญิง 50-50 อายุระหว่าง 15-55 ปี และทำการสำรวจในช่วงวันที่ 2-22 มีนาคม 2549