การ์เมนต์สวนกระแสยอดส่งออกวูบ-ค่าจ้าง 300 บาท/วันดันต้นทุนพุ่ง ยอด 4 เดือนแรก แห่ขอบีโอไอลงทุนร่วม 6,000 ล้านบาท สถาบันสิ่งทอชี้ผลจากศักยภาพบางรายยังแข่งขันได้  เร่งดันไทยเป็นเทรดดิ้งฮับ ศูนย์กลางจัดซื้อจัดหาสินค้าในภูมิภาครับมือเออีซี สมาคมเครื่องนุ่งห่มเผยยอดส่งออกการ์เมนต์ Q1 ติดลบ 7% ตลาดหลักทั้งสหรัฐฯญี่ปุ่น อียูไม่มีปาฏิหาริย์ ลุ้นไตรมาสสองตลาดจีน ฮ่องกง อาเซียนช่วยกู้ชีวิต


นายวิวัฒน์  หิรัญพฤกษ์ ผู้อำนวยการฝ่ายพัฒนาธุรกิจ สถาบันพัฒนาอุตสาหกรรมสิ่งทอ เปิดเผยกับ "ฐานเศรษฐกิจ" ว่า จากการตรวจสอบข้อมูลของสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน หรือบีโอไอ ถึงการขอรับการส่งเสริมการลงทุนในอุตสาหกรรมสิ่งทอและเครื่องนุ่งห่มช่วง 4 เดือนแรกของปี 2555 พบว่ามีมูลค่ารวม 5,976 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีที่แล้วที่มีมูลค่า 5,071 ล้านบาท และมีการจ้างงานเพิ่มขึ้น 5,015 คน ซึ่งเป็นที่น่าสังเกตว่าในจำนวนการจ้างงานในส่วนที่เพิ่มขึ้นนี้ อยู่ในส่วนของอุตสาหกรรมเครื่องนุ่งห่มถึง 3,480 คน หรือคิดเป็นสัดส่วนถึง 70% สะท้อนให้เห็นว่าอุตสาหกรรมเครื่องนุ่งห่มในรายที่ยังสามารถแข่งขันได้ยังคงมีการขยายการลงทุน และจ้างงานในประเทศ

"แม้นโยบายปรับเพิ่มค่าจ้างขั้นต่ำเป็น 300 บาทต่อวันจะส่งผลกระทบต่อผู้ประกอบการสิ่งทอและเครื่องนุ่งห่มมีต้นทุนสูงขึ้น และหลายรายประกาศหยุดการขยายกิจการในประเทศ และไปขยายลงทุนในประเทศเพื่อนบ้านแทน แต่ในประเทศก็ยังมีคนขยายกิจการ เพราะในข้อเท็จจริงแล้วมีคนปิดตัวก็ยังมีคนขยายกิจการ มีคนเสียก็ยังมีคนได้จึงมีการขยายการลงทุน ส่วนการแข่งขันในเวทีอาเซียนที่ 10 ชาติสมาชิกจะรวมตัวกันเป็นประชาคมเศรษฐกิจในปี 2558 ไทยควรเดินยุทธศาสตร์คู่แข่งเป็นคู่ค้า และต้องปรับตัวให้เป็นเทรดดิ้งฮับ หรือศูนย์กลางการซื้อขายสินค้า และเป็นแหล่งซอร์ซซิ่งวัตถุดิบเพื่อป้อนโรงงานผลิตในประเทศเพื่อนบ้าน"
ด้านนายยศธน  กิจกุศล อุปนายกสมาคมอุตสาหกรรมเครื่องนุ่งห่มไทย  เปิดเผยถึงสถานการณ์การส่งออกเครื่องนุ่งห่มของไทยช่วงไตรมาสแรกของปี 2555 (ม.ค.-มี.ค.) ว่า มีมูลค่ารวม 749.80 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ขยายตัวลดลง 6.94%  เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว โดยในส่วนของตลาดหลักคือ สหรัฐอเมริกา และสหภาพยุโรป หรืออียู (27 ประเทศ) ที่คิดเป็นสัดส่วนกว่า 60% ของการส่งออกในภาพรวม การส่งออกติดลบ 11.86 และ 18.86% ตามลำดับ มีปัจจัยหลักจากสภาพเศรษฐกิจที่ชะลอตัวและปัญหาหนี้ สาธารณะ ขณะที่ตลาดญี่ปุ่น อาเซียน (9 ประเทศ) จีน+ฮ่องกง และเกาหลีใต้ ขยายตัวเพิ่มขึ้น 36.71, 7.37, 14.92 และ 0.22% ตามลำดับ

สำหรับแนวโน้มการส่งออกเครื่องนุ่งห่มในไตรมาสที่ 2 ต่อเนื่องไตรมาส 3 (ช่วง เม.ย.-ก.ค.) ซึ่งปกติจะเป็นช่วงที่มีการส่งออกสูงสุด ยังคงต้องลุ้นว่าตลาดสหรัฐฯ และอียูจะเป็นอย่างไร รวมถึงตลาดญี่ปุ่น อาเซียน จีน+ฮ่องกง จะเพิ่มขึ้นมากเท่าใด จะช่วยลดผลกระทบตลาดสหรัฐฯและอียูที่ชะลอตัวได้หรือไม่ หากช่วยได้มองว่าอัตราการขยายตัวการส่งออกเครื่องนุ่งห่มของไทยในช่วงไตรมาสที่ 2 และภาพรวมทั้งปีหากติดลบจะติดลบในตัวเลขหลักเดียว

ขณะที่นายชัยณรงค์  ลิมป์กิตติสิน กรรมการผู้จัดการ บริษัท รี้ด เทรดเด็กซ์ จำกัด ผู้จัดงานแสดงสินค้ารายใหญ่ กล่าวว่า จากผู้ประกอบการอุตสาหกรรมสิ่งทอและเครื่องนุ่งห่มชั้นนำของไทยหลายรายได้ขยายฐานการผลิตเพิ่มเติมไปยังประเทศเพื่อนบ้านเพื่อลดผลกระทบการปรับขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำ 300 บาท/วัน รวมถึงปัญหาการขาดแคลนแรงงาน มองว่าจะไม่กระทบต่อตลาดเครื่องจักรสิ่งทอ เพราะไทยได้สร้างฐานความเป็นศูนย์กลางของเครื่องจักรด้านสิ่งทอมานาน ผู้ประกอบการรายใหญ่ของภูมิภาคยังให้ความนิยมมาซื้อเครื่องจักรในประเทศไทย รวมถึงเจ้าของแบรนด์เครื่องจักรต่างๆ ก็ใช้ไทยเป็นเวทีเปิดตัวเครื่องจักรใหม่ๆ

"จากเหตุผลดังกล่าวทางบริษัทร่วมกับสมาคมที่เกี่ยวข้องได้เตรียมจัดงาน GFT 2012  และ GMS 2012 ระหว่าง 21-24 มิถุนายนศกนี้ที่ไบเทค บางนา โดยได้รวบรวมนวัตกรรมเทคโนโลยีเพื่อการผลิตสิ่งทอและเครื่องนุ่งห่มจากประเทศผู้นำเทคโนโลยีทั่วโลก เช่น อิตาลี เยอรมนี ญี่ปุ่น ไต้หวัน รวมถึงอุปกรณ์การตัดเย็บ วัสดุหีบห่อ และบริการเสริมต่างๆ มาแสดง โดยปีนี้จัดเป็นครั้งที่ 17  มีผู้มาแสดงสินค้าเกือบ 300 บริษัท วางเป้าหมายมีคนเข้าชมงานไม่ต่ำกว่า 17,000 คน และมียอดขายในงานไม่ต่ำกว่า 3,000 ล้านบาท