Switch to: uk
28 March 2017 04:51AM

Denim Survey

14 Dec 06 ,  ดร. อโนทัย ชลชาติภิญโญ
  • 0
จตุจักร แหล่งใหญ่ในการหาซื้อกางเกงยีนส์ของหนุ่มสาวไทย ทรงฮิตของผู้ชายคือกางเกงยีนส์ทรงตรงกระบอกหลวม ส่วนผู้หญิงนิยมทรง boot cut กระบอกแคบ ขาเดฟ และเลือกซื้อโดยดูที่เนื้อผ้า ราคาเป็นเรื่องเล็ก จากการสำรวจกลุ่มตัวอย่างเกือบ 400 ราย
มีใครบ้างไม่รู้จักยีนส์ (Jeans) มีใครบ้างยังไม่มีกางเกงยีนส์ คงเป็นเรื่องแปลกอยู่ไม่น้อยถ้าจะมีใครสักคนบอกว่าไม่ชอบยีนส์ ไม่มีกางเกงยีนส์เลยแม้แต่ตัวเดียว โดยเฉพาะเด็กเจเนอเรชั่นปัจจุบันเพราะยีนส์เป็นเสื้อผ้าเบสิคในชีวิตประจำวันที่ทุกครั้งที่ต้องแต่งตัวลำลอง เมื่อนั้นผู้คนจะนึกถึงยีนส์

ผ้ายีนส์ทำจากฝ้ายทอลายสันทวิล (Twill weave) ด้วยเส้นด้ายสีขาวกับสีฟ้าคราม (indigo blue) ซึ่งแหล่งกำเนิดการทอผ้าชนิดนี้อยู่ที่เมือง Nimes ในประเทศฝรั่งเศส ผ้ายีนส์ลายสันทวิลเป็นผ้าที่คนไทยบางท่านรู้จักกันในอีกชื่อหนึ่งว่าผ้าเสริจ (serge) ดั้งเดิมจึงมีชื่อว่า serge de nimes มีคุณสมบัติพิเศษคือแข็งแรง หนา ทนทาน และซักได้

ส่วน "Jeans" มาจากคำว่า "Genes" ในภาษาฝรั่งเศส ซึ่งเป็นคำเรียกชื่อเมือง Genoa ในประเทศอิตาลี เมืองท่าที่กะลาสีหรือคนงานท่าเรือมักสวมใส่กางเกงทำงานที่ทำจากผ้าฝ้ายเนื้อหนาชนิดนี้ ดังนั้นกางเกงผ้าทอสันทวิล เนื้อหนา สีฟ้าคราม สวมใส่โดยคนงานเหล่านี้จึงถูกนิยามว่า Jeans โดยมี Levi Strauss ในช่วงปี 1850s ตัดกางเกงโดยใช้ผ้าใบแคนวาสสีน้ำตาลเพื่อใช้เป็นกางเกงสำหรับคนงานในเหมืองแร่และถ่านหินในซานฟรานซิสโก หลายปีหลังจากนั้น Strauss ได้หันมาใช้ผ้า denim จากฝรั่งเศสโดยการย้อมผ้าด้วยสีคราม (indigo) และจดเป็นลิขสิทธิ์กางเกงยีนส์ในปี 1872 ต่อมาในปี 1873 เขากับช่างตัดเสื้อผ้าชื่อ Jacob Davis ได้ร่วมกันจดลิขสิทธิ์ยีนส์อีกครั้ง โดยมีป้ายแผ่นโลหะทองแดงติดที่ขอบเอวหลังด้านกางเกง

ในยุค 1930s ที่หนังฮอลลีวูดครองใจคนตะวันตก กางเกงยีนส์ปรากฎในหนังคาวบอย และถูกสวมใส่โดยฮีโร่หรือพระเอก ในยุค 1960s กางเกงยีนส์ถูกนำมาดัดแปลงรูปแบบและสไตล์มากขึ้น และกลายเป็นสัญญาณของการปฎิวัติแฟชั่นโดยวัยรุ่น รูปทรงที่ฮิตฮอทที่สุดของยุค 1970s คือ Bell Bottomed และ Hip Hugger คือกางเกงยีนส์ปลายขากระดิ่งที่บานใหญ่คลุมรองเท้า platform shoes และกางเกงเอวต่ำเกาะขอบสะโพก

แต่ยุคที่ยีนส์เฟื่องฟูสุดๆ คือช่วงปี 1980s ที่เหล่าดีไซเนอร์พร้อมใจกันออกคอลเลคชั่นที่มียีนส์ประกอบ และสร้าง look ใหม่ๆ ให้กับกางเกงยีนส์ จนถูกเรียกว่า Designer Jeans เช่น Calvin Klein หรือ Armani ยีนส์ในยุค 80s มีทั้งฉีกขาด ชายรุ่ย ย้อมด้วยสีพาสเทล ขัดฟอกแบบ stone washed ส่วน black jeans ได้รับความนิยมในช่วง 1990s ตอนต้น จนกระทั่งนวัตกรรมเส้นใยไลคร่าถูกนำมาผสมกับผ้าเดนิ่มในช่วงปลายยุค ทำให้ทรงกางเกงสามารถฟิตพอดีตัวจนถึง skinny leg ในปัจจุบัน

แต่ถึงอย่างนั้นความนิยมก็ย่อมมีวงจรชีวิต กางเกงยีนส์เสื่อมความนิยมลงช่วงปลายปี 1990s ด้วยเหตุที่คนรุ่นใหม่ต่างพากันเสาะแสวงหาไอเดียใหม่ๆ ให้กับเสื้อผ้า พวกเขาไม่ต้องการใส่ยีนส์สไตล์เดียวกับคนรุ่นพ่อแม่ พวกเขาต้องการแสดงความเป็นแฟชั่นในรูปแบบของตนเอง ด้วยเหตุนี้เองจึงทำให้กางเกง cargo ในสไตล์ adventure หรือกางเกง nylon track suit ในสไตล์สปอร์ตเข้ามาแทนที่ยีนส์อยู่นานหลายปีจนกระทั่ง Levi's ลุกขึ้นมาปฎิวัติยีนส์อีกครั้ง โดยครั้งนี้มาแบบล้ำยุคด้วยสไตล์ Deconstruction ที่ย้ายตะเข็บ บิดทรง เปลี่ยนตำแหน่งกระเป๋า พร้อมกับใช้ผ้าเดนิ่มที่มี look ที่คมกริบขึ้น ใช้ชื่อคอลเลคชั่นว่า Engineered Jeans ทำให้ทุกวันนี้กางเกงยีนส์ได้กลับเข้าสู่วงจรชีวิตที่ฮอทฮิตอีกครั้ง

Interview Questionnaire with pictures

ความนิยมของยีนส์เข้ามาครองใจหนุ่มสาวเจเนอเรชั่นใหม่ ตลาดเสื้อผ้ายีนส์จึงกลายเป็นจุดสนใจ แทบจะไม่มีแบรนด์ street wear ไหนเลยที่ไม่มียีนส์อยู่ในคอลเลคชั่น และด้วยเทรนด์สี indigo blue ที่กำลังพีคสูงสุดในขณะนี้ทำให้เกิดงานวิจัยตลาดและผู้บริโภคชิ้นนี้ขึ้นมา โดยทีมงานได้ทำการออกแบบสอบถามประกอบรูปภาพในรูปแบบ Interview Questionnaire with pictures ที่ง่ายต่อความเข้าใจ แม่นยำในการอธิบายมากยิ่งขึ้น ด้วยจำนวนกลุ่มตัวอย่าง 385 ราย แบ่งเป็นชายและหญิงอย่างละครึ่ง ในวัย 17-28 ปี ผู้ชอปปิ้งตามศูนย์การค้าสยาม สวนจตุจักร และห้างสรรพสินค้าชั้นนำ ส่วนใหญ่เป็นนิสิตนักศึกษา ทั้งปริญญาตรีและโท รวมทั้งคนทำงานรุ่นใหม่ มีรายได้เฉลี่ย 5,000-10,000 บาท เป็นส่วนใหญ่

กลุ่มตัวอย่างเหล่านี้ทั้งชายและหญิง ชอบดูหนังฟังเพลงถึง 28.5% และ 32% ตามลำดับ และผู้หญิงชอบชอปปิ้ง 19% อ่านหนังสือ 16.2% เล่นอินเตอร์เนต 14% ในขณะที่ผู้ชายชอบไปออกกำลังกาย 14.5% เล่นอินเตอร์เนต 13% และเที่ยวกลางคืน 9%

จะเห็นได้ว่ากิจกรรมบันเทิง เช่น ดูหนังฟังเพลง ร้องคาราโอเกะ ทุกวันนี้ได้กลายเป็นกิจกรรมหลักของชีวิตคนหนุ่มสาวยุคปัจจุบัน โดยผู้หญิงชอบชอปปิ้งมากกว่า ในขณะที่ผู้ชาย (สมัยใหม่) ชอบออกกำลังกายโดยเฉพาะในฟิตเนส ซึ่งวิถีการใช้ชีวิตเช่นนี้นับเป็นเรื่องใหญ่ที่ผู้ผลิตเสื้อผ้าควรให้ความสนใจ และที่พิเศษมากยิ่งขึ้นคือเสื้อผ้าสำหรับผู้ชายที่เที่ยวกลางคืน ผู้ชายที่ชอบไปนั่งตามผับบาร์นั้นมีสูงถึง 9% รวมทั้งอีก 8% ที่ชอบเที่ยวต่างจังหวัด รักการเดินทาง ดังนั้นเสื้อผ้าในแนว casual adventure หรือ beach wear ก็น่าจะมีบทบาทสำคัญต่อไปเช่นกัน

เมื่อถามกลุ่มตัวอย่างถึงสไตล์การแต่งตัวโดยทั่วไป คำตอบน่าสนใจคือ ผู้ชายส่วนใหญ่ราว 40% ผู้หญิง 36% ชอบแต่งตัวเรียบง่ายเบสิค และผู้ชายผู้หญิงที่ชอบแต่งตัวแนว active ทะมัดทะแมง มีอยู่ 14% และ 17% ที่โดดเด่นดาวรุ่งในปัจจุบันคือแนว street style 12% และ 10% ชายหญิงตามลำดับ

จะเห็นได้ว่าทุกสไตล์หลักๆ ที่มีคะแนนสูงนั้นล้วนมียีนส์เป็นองค์ประกอบของการแต่งกายสไตล์นั้นๆ โดยการแต่งกายไม่ว่าจะสไตล์ใดๆ ก็ตามย่อมมีความลดหลั่นมากน้อยในเรื่องของระดับแฟชั่น เช่นถ้าคนหนึ่งชอบแนวครีเอทีฟก็อาจจะชอบแบบเรียบๆ ในขณะที่บางรายชอบแฟชั่นแบบสุดๆ ดังนั้นคำถามเรื่องระดับความเป็นแฟชั่นในการแต่งกายจึงเป็นคำถามสำคัญเช่นกัน และคำตอบจะให้แนวคิดว่า สัดส่วนของสินค้าเรียบเบสิคต่อสินค้ามีกลิ่นอายแฟชั่นนั้นควรเป็นเช่นไร คำตอบคือผู้ชายมีอัตราส่วนดังกล่าวดังนี้ 58.5%/ 32.3%/ 9.2% ส่วนผู้หญิงคือ 31%/ 56%/ 13% จะเห็นได้ชัดเจนว่าผู้ชายแต่งตัวเรียบง่ายกว่า มีปริมาณแฟชั่นนิสต้าน้อยกว่า ในขณะที่ผู้หญิงแต่งกายในระดับกลางๆ มีแฟชั่นเล็กน้อยมากที่สุด และกล้าแต่งตัวแฟชั่นมากกว่าผู้ชาย

ปัจจัยดึงดูดให้ซื้อยีนส์

สิ่งที่กลุ่มตัวอย่างพิจารณาเป็นพิเศษเวลาหาซื้อยีนส์คือดูที่เนื้อผ้าเป็นหลักใหญ่ รองลงมาคือทรงกางเกง และดีไซน์ที่ทันสมัย มีรายละเอียดแตกต่างเฉพาะตัวไม่เหมือนใคร ส่วนเรื่องราคาเป็นเรื่องรอง

จากกราฟที่ 6 และ 7 แสดงให้เห็นว่าในตู้เสื้อผ้าของกลุ่มตัวอย่างมีกางเกงทรงอะไรบ้าง มากน้อยอย่างไร ผู้ชายเกือบ 60% มีกางเกงทรงตรงกระบอกหลวม รองลงมาคือขาม้าแบบ boot cut 13% ทรง loose fit (baggy) 10% และขาเดฟแคบ 7% โดยมีขาสั้นน้อยมากเพียง 2.8% ในขณะที่กลุ่มตัวอย่างหญิงปกติใส่อยู่ 3 ทรงคือ boot cut กระบอกแคบ และขาเดฟ ที่ 32%, 26% และ 24% ตามลำดับ

การสำรวจแหล่งซื้อหากางเกงยีนส์ พบว่าตลาดนัดจตุจักรครองแชมป์สูงสุดถึง 76% สยามเซ็นเตอร์และสยามสแควร์ 31% และเซ็นทรัล สาขาลาดพร้าว 26% จากคำตอบข้อนี้มีนัยยะสำคัญประการหนึ่งคือ ตลาดนัดจตุจักรและสยามสแควร์นั้นเป็นแหล่งจำหน่ายกางเกงยีนส์ก๊อปปี้ หรือไม่มีแบรนด์ เป็นแบบ quick fashion ที่ผลิตขายราคาไม่แพงมากนัก แต่มีระดับแฟชั่นที่ทันใจวัยรุ่น ตัวอย่างเช่นกางเกงทรงขาแคบซึ่งกำลังนิยมมากในปัจจุบัน แต่หลายๆ แบรนด์ไม่ได้ผลิตออกจำหน่ายวัยรุ่นจะหาซื้อได้จากสวนจตุจักรและสยามสแควร์เท่านั้น ในขณะที่แบรนด์เนมยอดนิยมตลอดกาลคือ Levi's 30% Diesel 10% Greyhound 9% สำหรับผู้หญิง และ Levi's 29% Diesel 18% Dapper 11% สำหรับผู้ชาย ส่วนตัวเลขหลักใหญ่ในกลุ่มอื่นๆ บ่งบอกว่าลูกค้าไม่ได้สนใจแบรนด์เนมหรือเป็นแบรนด์ที่ไม่ใช่เป็นแบรนด์หลักๆ ในท้องตลาด

เมื่อถามถึงอิทธิพลของแฟชั่นจากนิตยสารใดที่กลุ่มตัวอย่างมักได้รับนั้น พบว่า สำหรับผู้หญิง Cleo เป็นนิตยสารที่มีคะแนนนำโด่ง รองลงมาคือ ELLE, A day และ แพรวตามลำดับ ในขณะที่ฝ่ายชายนิยมอ่าน FHM, MAXIM, A day และอื่นๆ

ราคากางเกงยีนส์แต่ละตัวที่ผู้บริโภคยินดีจ่ายเกาะกลุ่มที่ไม่เกิน 2,500 บาท โดยราคาอยู่ระหว่าง 500-1,000 บาท และ 1,500-2,500 บาท โดยทั่วไปผู้บริโภคมีกางเกงยีนส์อยู่ในตู้เสื้อผ้าแล้วประมาณ 4-5 ตัว และเกาะกลุ่มบวกลบลดหลั่นกันไป

กลุ่มตัวอย่างผู้หญิง 88% คิดว่ากางเกงยีนส์ที่มีแบรนด์นั้นแตกต่างจากที่ไม่มีแบรนด์ ในขณะที่ฝ่ายชายมีคะแนน 84% ใกล้เคียงกัน โดยประเด็นหลักที่ผู้บริโภคคิดว่าแตกต่างคือ คุณภาพ ผู้หญิงและผู้ชายตามลำดับคิดว่า 28.6% และ 23.3% ในขณะที่คิดว่ายีนส์แบรนด์เนมมีคุณภาพดีกว่า 20.3% และ 17% คิดว่าการออกแบบดีกว่า 23.5% และ 26% คิดว่าเนื้อผ้าและผิวสัมผัส ความนุ่มดีกว่า และ 9.5% และ 17.7% คิดว่ารสนิยมดีกว่า โดยมีเพียงประมาณ 8% เศษ ที่ภูมิใจในตัวแบรนด์ที่สวมใส่

ปัญหาส่วนใหญ่ของกลุ่มตัวอย่างเวลาซื้อกางเกงยีนส์คือขนาด (size) ที่ไม่พอดี เช่น ขายาวเกินไป ไม่ค่อยถูกใจดีไซน์ รูปทรงไม่สวยไม่เข้ารูป กลุ่มตัวอย่างมักจะซื้อกางเกงที่มีไซส์ใหญ่กว่าเอวของตัวเอง 1 ไซส์ และมีปัญหาเรื่องสะโพก

-เหตุผลสำคัญในการซื้อกางเกงยีนส์ตัวใหม่ของผู้หญิงคือ ความอยากได้ รูปแบบกางเกงสวยถูกใจ และเบื่อตัวเก่า ในขณะที่ฝ่ายชายจะซื้อตัวใหม่เมื่อตัวเก่าขาดหรือซีดแล้ว รองลงมาคือพอใจสินค้า เบื่อตัวเก่า และอยากได้ตามลำดับ จะเห็นว่าผู้หญิงซื้อสินค้าง่ายกว่าด้วยเหตุผลคืออยากได้ของใหม่ โดยไม่ต้องรอให้กางเกงตัวเก่าขาดหรือใส่ไม่ได้

ยีนส์สไตล์ฮิต

เมื่อถามถึงสไตล์ในใจที่อยากได้และอยากซื้อในอนาคตอันใกล้ พบว่ากลุ่มผู้ถูกสำรวจที่เป็นผู้ชายมีการกระจายตัวของรูปทรงอยู่สามกลุ่ม คือ กางเกงยีนส์ขาตรง หลวม เรียบๆ 33% ขาตรงกระบอกมีการฟอก ขัด ขาด เซอร์ๆ สูง 39% และ ที่นำแฟชั่นสุดๆ คือ ขาแคบ skinny 41% ในขณะที่ฝ่ายหญิงนั้น ทรงขาแคบนำอันดับ 1 ด้วยคะแนน 52% ขาม้า boot cut 41% และขาสั้น crop jeans 31%

เมื่อลองเทียบเคียงกับสไตล์ที่มีอยู่ในตู้เสื้อผ้า จากคำถามข้างต้นพบว่า ฝ่ายชายมีแนวโน้มจะซื้อหากางเกงขาแคบมากขึ้น ในขณะที่ขาแคบนั้นเป็นที่นิยมในกลุ่มผู้หญิงแล้ว และจะนิยมมากยิ่งๆ ขึ้น ส่วนขาม้านั้นยังคงเป็นที่นิยมอยู่เช่นเดิม กางเกงยีนส์ขาสั้นสำหรับผู้หญิงกำลังจะกลายเป็น item หลักๆ ที่จำเป็นสำหรับเสื้อผ้าลำลองในอนาคตเช่นกัน

กลุ่มตัวอย่างถูกถามต่อว่า ทรงกางเกงยีนส์ใดที่คุณอยากให้แฟนหรือสมัยนี้เรียกว่าเพื่อนสนิทใส่มากที่สุด พบว่าฝ่ายชายอยากให้สาวๆ ในดวงใจใส่ skinny jeans 42% กางเกงขาสั้น 41% และขาม้ามีฟอกขาด 23% ไม่ฟอกขาด 17% ในขณะที่ฝ่ายหญิงอยากให้ผู้ชายใส่กางเกงขาตรง ขาดๆ ฟอกๆ เซอร์ๆ 40% และขาเดฟทรงแคบ 34% แสดงว่าผู้หญิงเกือบครึ่งอยากให้ผู้ชายในฝันดูแมนๆ พร้อมลุย และอีกส่วนใหญ่อยากให้ผู้ชายดูทันสมัยสไตล์เด็กแนว

และคำถามสุดท้ายคือการให้ผู้ตอบคำถามผสมผสานเมนูกางเกงยีนส์ แบบอาหารตามสั่ง ประกอบด้วย เอวต่ำ เอวสูงรูปแบบกระเป๋าหน้า หลัง กระดุม ซิป ตะเข็บสีต่างๆ เนื้อผ้าหลากสีหลายฟินิชชิ่ง เมื่อรวมกับทรงกางเกงที่อยากได้ จึงปรากฎออกมาเป็นการผสมผสานรูปแบบดังในภาพ และนี่คือหน้าตาของกางเกงยีนส์ในฝันที่กลุ่มตัวอย่างช่วยกันออกแบบ หวังว่าผู้ผลิตและดีไซเนอร์จะรับไว้พิจารณานะครับ

"ผู้ชายเกือบ 60% มีกางเกงทรงตรงกระบอกหลวม รองลงมาคือขาม้าแบบ boot cut 13% ทรง loose fit (baggy) 10% และขาเดฟแคบ 7%"

"ผู้หญิงปกติใส่ยีนส์อยู่สามทรงคือ boot cut 32% ทรงกระบอกแคบ 26% และขาเดฟ 24%"

"แหล่งซื้อหากางเกงยีนส์แหล่งใหญ่คือ ตลาดนัดจตุจักร 76% สยามเซ็นเตอร์และสยามสแควร์ 31% เซ็นทรัลลาดพร้าว 26%"

"แบรนด์ยีนส์ยอดนิยมของผู้หญิงคือ Levi's 30% Diesel 10% Greyhound 9%"

"ผู้ชายนิยมกางเกงยีนส์ Levi's 29% Diesel 18% Dapper 11%"

"ราคากางเกงยีนส์ที่ผู้บริโภคยินดีจ่ายอยู่ระหว่าง 500-1,000 บาท และ 1,500-2,500 บาท"