Switch to: uk
28 March 2017 04:42AM

Priority to The Priorities

03 Jun 11 ,  สุวรรณชัย โลหะวัฒนกุล
  • 0

Dale Carnegie เคยบอกไว้ว่า “Start with the difficult tasks. The easy tasks will take care of themselves” เขาบอกให้เราเริ่มทำจากงานยากก่อนแล้วงานที่เหลือก็จะเสร็จลุล่วงไปด้วยดี เราลองกลับมาดูปัญหาภายในองค์กรของเรา บ่อยไหมที่เสียเวลาคุยเสียเวลาประชุมกับเรื่องง่ายๆ โดยปล่อยให้เรื่องยากไร้บทสรุป บ่อยไหมที่หมดเวลาไปกับการทำงานแบบ routine โดยไม่แบ่งเวลามาให้กับการคิดเรื่องใหม่ ทำสิ่งใหม่ที่อาจจะทำให้ประสิทธิภาพของงานดีขึ้นกว่าเดิม

 

หลายปีก่อนตอนที่ผมกระโดดเข้ามาบริหารโรงงานผู้ผลิตเสื้อผ้านี้ ผมเคยพยายามให้พนักงานเข้ามามีส่วนร่วมในการกำหนดคติการทำงานประจำเดือนด้วยการให้ทุกคนที่มีแนวความคิดปรับปรุงองค์กร เขียนคติที่ตัวเองเชื่อว่าจะทำให้การทำงานของเราไปสู่ผลลัพธ์ที่ดีกว่าเดิม มีอยู่คนหนึ่งเสนอคติหนึ่งที่ผมจำได้ไม่ลืมว่า “อย่าเอาความเคยชิน มาตัดสินการทำงาน” คตินี้สะท้อนให้เห็นถึงความตั้งใจของคนกลุ่มหนึ่งที่อยากเห็นการเปลี่ยนแปลงไปสู่สิ่งใหม่ที่ดีกว่า ด้วยการทำงานแบบไม่ยึดติดวิธีการเดิม ครั้งนั้นผมจำได้ว่าจากคตินี้ผมขยายกิจกรรมต่อยอดความคิด โดยให้พนักงานจับกลุ่มเป็นทีม ทีมละไม่เกิน 6 คน ให้นำเสนอแนวทางความคิดการทำงานที่ยังปรับปรุงได้ภายใต้โครงการชื่อ “เพื่อสิ่งใหม่ที่ดีกว่า” ทำให้องค์กรของเราได้วิธีการใหม่ๆ มาปรับปรุงการทำงานได้หลายเรื่องเลยทีเดียว

 

ตอนนี้เมื่อบริษัทเจอวิกฤติเศรษฐกิจทั่วโลกถดถอย ต้นทุนวัตถุดิบขึ้น และค่าเงินบาทแข็ง ไม่รวมค่าแรงที่กำลังจะขึ้นทุกปีตามแผนประชานิยมของทุกรัฐบาล (ที่ไม่เคยคำนึงถึงข้อเท็จจริงเรื่องการพัฒนาฝีมือแรงงาน แค่อยากหาเสียงเลยให้ง่ายเข้าไว้) เราก็ยังใช้องค์ความรู้ที่ติดอยู่กับทีมงานของเราเป็นเครื่องมือในการฝ่าสู้วิกฤติ พร้อมกับการปรับแผนการทำงานให้มีการยืดหยุ่นตามสภาวะเศรษฐกิจในช่วงนี้

 

แต่ที่เรากลับมาให้ความสำคัญมากๆ และมากขึ้นก็คือ “Priority to The Priorities” ด้วยความที่เรามีเวลาจำกัด บุคลากรจำกัด และไม่มีงบประมาณมากมายในการจัดสรรกำลังคนเหมือนองค์กรขนาดใหญ่ จึงคิดว่าการจัดลำดับความสำคัญของงาน และทำสิ่งที่สำคัญก่อน เป็นสิ่งที่ทำให้เราผ่านวิกฤติเศรษฐกิจมาได้ในช่วงนี้ (แต่ถ้าเงินบาทแข็งคือกลับไปต่ำกว่า 28 บาทต่อดอลลาร์อีก ก็แอบคิดอยู่เหมือนกันว่า ภาคส่งออกต้องแย่อีกแน่ๆ เลย) และบ่อยครั้งผมและทีมงานก็เลือกทำในงานที่ยากก่อนตามคำแนะนำของ เดล คาร์เนกี้ มันทำให้เราคิดได้ว่า ขนาดเรื่องยากๆ เรายังผ่านมาได้เลย เรื่องที่เหลือสบาย!! แต่ก็มีบางครั้งก็อดไม่ได้จริงๆ ที่จะจัดการเก็บงานง่ายให้เสร็จก่อนแล้วมาลุยงานยาก เพื่อจะได้ไม่มีอะไรเข้ามารบกวนสมาธิเวลาจัดการกับเรื่องสำคัญ ดังนั้นงานยากงานง่ายอาจไม่ใช่ประเด็นหลัก การจัดลำดับการทำงานต่างหากที่สำคัญ

 

เรื่องความเร่งด่วนนี่ เอาเข้าจริงๆ เดี๋ยวนี้ทุกอย่างมันเร่งด่วนหมดแล้ว คงเป็นเพราะทุกคนใจร้อนขึ้นแล้วทำงานในกรุงเทพฯ ก็รถติดมากขึ้นทุกวัน เหมือนเวลาทำงานน้อยลงยังไงไม่รู้ หรือจะเป็นอย่างที่คนเคยพูดว่า ตอนเป็นเด็กเวลาผ่านไปช้า แต่ถ้าเริ่มรู้สึกว่าเวลาผ่านไปเร็วเมื่อไหร่แสดงว่า แก่แล้ว หลายๆ คนรู้สึกเหมือนผมไหมครับ