Switch to: uk
28 March 2017 04:42AM

บุก AEC

22 Sep 11 ,  สุวรรณชัย โลหะวัฒนกุล
  • 0

ขอพูดถึงเรื่องการขึ้นค่าแรงขั้นต่ำเป็น 300 บาท ถ้าการขึ้นค่าแรงครั้งนี้รัฐบาลทำตามที่ประกาศหาเสียงไว้

โดยไม่คำนึงถึงผลกระทบต่อภาคธุรกิจ ภาคอุตสาหกรรม ก็นับว่าสัญญาณอันตรายต่อระบบเศรษฐกิจของประเทศเริ่มเกิดขึ้นแล้ว เนื่องจากการขึ้นค่าแรงที่เหมาะสม ควรจะเกิดจากปัจจัยทางเศรษฐกิจ และกลไกทางตลาดแรงงาน หาใช่เป็นการขึ้นตาม “น้ำลายของนักการเมือง“ไม่ แล้วสื่อต่างๆ ก็ไม่ค่อยกล้าแย้งเสียงนี้เท่าไรนัก ทั้งที่เป็นการขึ้นค่าแรงแบบไม่ชอบธรรมเลยสักนิด วันหลังพรรคไหนอยากได้คะแนนเสียงมากๆ โม้ๆ เข้าไว้ สร้างวิมานในอากาศให้ประชาชนเข้าไว้ แล้วเพิ่มค่าแรงไปเรื่อยๆ แล้วภาคธุรกิจอุตสาหกรรมจะอยู่ได้อย่างไร ประเทศชาติจะแข็งแรงได้อย่างไร ดูเหมือนพวกนักการเมืองเขาพูดได้ทำได้ บนค่าใช้จ่ายของภาคธุรกิจที่ตัวพวกเขามีแต่ได้อย่างเดียว ไม่ยุติธรรมจริงๆ

 

ถึงอย่างไรก็ตาม  Life Must Go On หากชีวิตไม่สิ้นก็ต้องดิ้นรนต่อสู้ต่อไป นักการเมือง “เขา” จะทำอะไรช่าง “เขา” แต่เราจะไม่ละเลยหรือนิ่งเฉย ต้องช่วยกันสะท้อนส่งเสียงออกมาให้เขารู้ถึงความถูกต้องและความชอบธรรมด้วยกันจากทุกภาคส่วน แต่ “เขา” จะทำตามเสียงสะท้อนที่หวังดีต่อประเทศของเราหรือไม่นั้น คงจะกำหนดไม่ได้ เราก็ต้องยืนยันทำในสิ่งที่ พลเมืองไทยต้องทำ ก็คือเป็นกำลังของแผ่นดินให้ดีที่สุดเท่าที่จะทำได้ แล้วก็กลับมาโฟกัสงานหลักของธุรกิจเราต่อไป คือลุยงานขายสู่ตลาด AEC (ASEAN Economic Community-ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน) ให้เต็มที่ไปเลย ดูเหมือนในตอนนี้ AEC จะเป็นความหวังเดียวที่เหลืออยู่ ที่ชัดเจนที่สุดในเรื่องโอกาสการเติบโตของการค้าระหว่างประเทศของทุกธุรกิจ อเมริกาก็กำลังถดถอย ยุโรปก็ยังไม่ฟื้นเสียที ก็มีแต่เอเชียนี่แหละที่พอจะเป็นความหวังต่อไปของพวกเรา นักธุรกิจทุกคน

 

ในการบุกตลาด AEC จะว่าไปแล้วก็คงไม่ต่างกับการบุกลุยตลาดทวีปอื่นๆ เท่าใดนัก ในแง่การทำความเข้าใจต่อตลาดนั้น และพฤติกรรมผู้บริโภครวมทั้งกลไกทางการตลาดต่างๆ ล้วนแล้วแต่ต้องทำการศึกษาอย่างดี ก่อนจะเข้าไปบุกตลาดนั้นๆ แต่สิ่งหนึ่งที่ผมคิดว่าเป็นหัวใจหลักที่จะสะท้อนให้เราเห็นว่า “เราพร้อมแล้วหรือยัง” ในการบุก คือ ความได้เปรียบทางการตลาดของธุรกิจที่กำลังจะเข้าไปสู่ตลาดใหม่

 

ถ้าเราลองกลับไปดูธุรกิจที่ประสบความสำเร็จ เราจะพบว่าธุรกิจเหล่านั้นประกอบไปด้วย ความได้เปรียบข้อใดข้อหนึ่งในสามข้อนี้ 1. ความเป็นผู้นำด้านสินค้า (Product Leadership) เช่น Coca Cola, Apple, BlackBerry เป็นต้น เราจะเห็นว่าบริษัทเหล่านี้มีการพัฒนาสินค้าจนสร้างความแตกต่าง และกลายเป็นสินค้าที่ทุกคนรู้จักทันทีเมื่อได้ยินชื่อสินค้าของพวกเขา 2. ความสัมพันธ์ที่ดีกับลูกค้า (Customer Intimacy) ธุรกิจที่มีข้อได้เปรียบในข้อนี้สามารถครองใจลูกค้าให้กลับมาใช้บริการได้อย่างต่อเนื่อง เป็นลูกค้าประจำ อีกทั้งมีความเป็นกันเอง ใกล้ชิดกับลูกค้าเสมือนหนึ่งเป็นคนในครอบครัวหรือเพื่อนสนิท เช่น Starbucks เป็นต้น และ 3. ความมีประสิทธิภาพสูงในกระบวนการทำงานขององค์กร (Operation Excellence) ซึ่งในที่นี้รวมถึงกระบวนการผลิตด้วย เช่น Toyota เป็นต้น เราจะเห็นว่า กระบวนการผลิตและการวางแผนที่ดีทำให้ประสิทธิภาพการผลิตสูงขึ้นจนทำให้ต้นทุนต่ำลง จึงสามารถเสนอราคาขายที่ดีกว่าคู่แข่งได้

 

เรามาลองดูว่าธุรกิจของเรามีข้อใดในสามข้อนี้หรือไม่ มีข้อเดียวก็ลุยไปได้ทุกที่แล้ว ถ้ามีสองข้อ หรือครบสามข้อ ก็ลุยไปเลยตลาดโลก ไม่แพ้ใครแน่นอน ก็ขอเป็นกำลังใจให้กับทุกท่านด้วยครับ