Switch to: uk
23 March 2017 22:31PM

“ดีไซเนอร์รุ่นใหม่ มศว” ส่งแรงบันดาลใจ สู่ความงามบนเรือนร่าง

09 Jun 10 ,  ASTVผู้จัดการออนไลน์
  • 0

แสงไฟจากสปอร์ตไลท์สาดส่องลงไปบนตัวนางแบบที่เดินสง่าอยู่บนแคทวอล์ก ท่ามกลางเสียงเพลงอารมณ์คึกคักขับให้เสื้อผ้าที่อยู่บนเรือนร่างยิ่งดูโดดเด่น ความงามของเสื้อผ้าที่นางแบบสวมใส่ ซึ่งใช้เวลาปรากฏกายเพียงไม่กี่นาทีนั้น

 

เบื้องหลัง คือ การเคี่ยวกรำความรู้อย่างเข้มข้น ศึกษาค้นคว้าจนตกผลึกเป็นแรงบันดาลใจของเหล่าดีไซเนอร์รุ่นใหม่จากรั้ว มศว

 

ค่ำคืนพิเศษของเหล่านิสิต ชั้นปีที่ 4 วิชาเอกการออกแบบแฟชั่น คณะศิลปกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ (มศว) เวียนมาอีกครั้ง ในงาน “FASH-ology , Fashion Design Thesis 2010” เมื่อคืนวันที่ 8 มิ.ย.ที่ผ่านมา โดยผลงานออกแบบที่ผ่านการฝึกฝนทักษะมาตลอดระยะเวลา 4 ปี มีโอกาสได้ปรากฏสู่สายตาผู้ชม
      
เบื้องหน้าความสำเร็จ คือ ความหลากหลายไปด้วยเสื้อผ้าอาภรณ์โฉบเฉี่ยว ซึ่งผ่านการคิดสร้างสรรค์ออกมาให้นางแบบได้สวมใส่อวดโฉมความงดงาม ส่วนเบื้องหลังความสำเร็จ จะเป็นใครไปไม่ได้นอกจากเหล่าดีไซเนอร์ มศว รุ่นใหม่ไฟแรง
      
สรวุฒ โพธิ์คัง นิสิตออกแบบแฟชั่น เจ้าของ “Collection of The Year” ประจำงานนี้ เผยแรงบันดาลใจว่า มาจากทฤษฎีการเขียนภาพสองมิติให้เป็นภาพสามมิติของ โรเบิร์ต แมคคิม
      
“ผมเองเป็นคนคิดไม่เก่ง จึงไปค้นคว้าความรู้เกี่ยวกับการจินตนาการ จนไปเจอข้อมูลของ แมคคิม ซึ่งเป็นคนเขียนทฤษฎีด้านจินตนาการภาพ ผมจึงนำมาประยุกต์ใช้กับแพทเทิร์น ดัดแปลงศึกษาโครงสร้างของมนุษย์ เช่น การพับตรงไหล่ การเล่นสัดส่วนของร่างกาย ตามทฤษฎีภาพสองมิติมาเป็นสามมิติ”
      
สรวุฒ ยอมรับว่า สมัยเริ่มต้นเรียนด้านการออกแบบแฟชั่นเคยมีจุดอ่อนในเรื่องการสเก็ตช์ภาพ คิดช้า และออกแบบช้า จนต้องใช้เวลาทำงานกับตัวเองนานมาก กว่าจะได้ผลงานแต่ละชิ้น แต่ตลอดระยะเวลา 4 ปีที่ผ่านมา ก็พยายามเรียนรู้เพื่อพัฒนาตนเองอุดรอยรั่วของจุดอ่อนตรงนั้น มุมมองแนวคิดของการเป็นดีไซเนอร์ที่ดีสำหรับหนุ่มนักออกแบบคนนี้ จึงมาจากประสบการณ์ตรงของตนเอง
      
“หากใครอยากเรียนด้านดีไซเนอร์ ต้องมีความอดทนสูง มีความพยายามที่จะทำงานแต่ละชิ้น แม้ว่าจะต้องใช้เวลานาน เพราะบางคนหากทำๆส่งๆไปแล้ว ผลลัพธ์ที่ออกมาก็ย่อมไม่ใช่ผลงานที่น่าพอใจ”
      
ด้าน จตุพร เจริญเอม กล่าวถึงแรงบันดาลใจในผลงานออกแบบแฟชั่นของตนว่า มาจากการสร้างภาพลวงตา เพราะปัญหาของมนุษย์ในเรื่องเสื้อผ้า ก็อยากให้สรีระของตนเองดูผิดเพี้ยนไป คนรูปร่างอ้วน ก็อยากสวมใส่เสื้อผ้าให้ดูแล้วผอมลง
      
“ผมจึงเอาทฤษฎี 2 เรื่อง มาผสมผสานกัน คือ ทฤษฎีการสร้างภาพลวงตา มาบวกกับทฤษฎีการพรางตัวของแมลง หยิบมาผสมกันเป็นชุดในสไตล์เซมิกูตูร์ คือ การใช้เทคนิคปักในชุด ใช้เส้นนำสายตา แบบแจกันรูบิน ที่ทำให้สรีระมนุษย์ดูผอมลง”

ดีไซเนอร์ไฟแรง เผยว่า ความรู้ทั้งหมดนั้นมาจากการเรียน แต่ก็ต้องอาศัยการค้นคว้าข้อมูลเพิ่มเติมจากภายนอก ทั้งจากหอสมุดในมหาวิทยาลัย แหล่งคลังความรู้ด้านการออกแบบอย่าง TCDC รวมทั้งข้อมูลทางอินเทอร์เน็ต เพราะงานด้านการออกแบบแฟชั่นของนักศึกษาไทยในปัจจุบันกำลังมาแรง มีหลายสถาบันเปิดการสอน และมีการแข่งขันกันเล็กๆ โดยรูปแบบหลักสูตรที่แตกต่างกัน นิสิต มศว จึงให้แง่คิดว่า การเป็นดีไซเนอร์ยุคนี้ ต้องทำการบ้านให้หนักมากขึ้น
      
“ดีไซเนอร์รุ่นใหม่ จึงต้องทำในสิ่งที่แตกต่าง แม้แรงบันดาลใจของผมจากเรื่องแมลงอาจจะไม่ได้แปลกใหม่ เพราะคนอื่นก็เคยทำ แต่ผมก็ต้องพยายามสร้างลวดลายใหม่ๆ นำมาคอลลาจกันหลายๆชนิด รวมทั้งต้องไปศึกษาด้านกีฏวิทยาเพิ่มเติมจาก ม.เกษตรศาสตร์ด้วย ซึ่งก็ทำให้ได้ข้อมูลที่หลากหลายกว่าเดิม”
      
ส่วน จันทรัตน์ ณ วังขนาย ดีไซเนอร์สาว เผยว่า แรงบันดาลใจของตนนั้น มาจากเสื้อผ้าในอดีตกว่า 3,000 ปีมาแล้ว
      
“โจทย์งานที่ทุกคนได้รับ คือ ต้องมีโครงการอยากพัฒนา ไม่ว่าจะเป็นผ้าไทย เครื่องแต่งกาย หรือแพทเทิร์น หนูเลือกพัฒนางาน โดยนำเสื้อผ้าทุกชิ้นมาจากแพทเทิร์นที่เป็นรูปทรงเรขาคณิต จับมาเดรบให้มีรูปฟอร์มไม่เป็นเหลี่ยม หรือเป็นการเดรบให้ทิ้งตัวลงมา โดยนำแพทเทิร์นมาจากชนเผ่าแอสเทกซ์ในเม็กซิโก เมื่อราว 3,000 ปีที่แล้ว ซึ่งจุดเริ่ม มาจากการที่เปิดอ่านหนังสือสารานุกรมในบ้าน แล้วไปเจอรูปเทพเจ้า ก็อ่านเพิ่มเติมไปเรื่อยๆ จนกระทั่งไปเจอรูปแบบเสื้อผ้าของชนเผ่าเม็กซิโกที่น่าสนใจ”
      
ดีไซเนอร์สาว กล่าวย้ำตรงกับเพื่อนๆว่า นักออกแบบแฟชั่นยุคนี้ จึงต้องหาความใหม่ให้ตนเอง ศึกษาข้อมูลใหม่ๆเพื่อให้ความคิดต่างๆเกิดขึ้นเรื่อยๆ แต่ที่สำคัญต้องมีความคิดเป็นของตัวเองด้วย
      
“ใครอยากเรียนด้านนี้ ต้องมีความคิดสร้างสรรค์ ตามโลกให้ทัน แต่การตามแฟชั่นก็ต้องไม่ไถลตามคนอื่นมากไปจนขาดความเป็นตัวของตัวเองค่ะ”