26 March 2017 00:04AM

เอกชนพม่าแต่งตัวรอร่วมทุนไทย

03 May 12 ,  thanonline
  • 0

เอกชนไทยปลื้มดูลู่ทางลงทุนพม่า วางเข็มปักธงย่างกุ้ง เผยเกิดได้ทุกอุตสาหกรรม ระบบสาธารณูปโภคพร้อมและเป็นศูนย์กลางการค้า ชี้ต้นทุนในพม่าต่ำกว่าไทย 15% ขณะที่นักลงทุนพม่าเองตั้งบริษัทร่วมทุนรอรับนักลงทุนไทยแล้ว   แต่ยังไม่สนใจลงทุนที่ทวาย รอท่าเรือน้ำลึกเสร็จอีก 5-7 ปีข้างหน้า ก่อนตัดสินใจลงทุน 

 นายธนิต โสรัตน์ รองประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) สายงานเศรษฐกิจและโลจิสติกส์  ประธาน บริษัท วี-เซิร์ฟ โลจิสติกส์ จำกัด เปิดเผยกับ "ฐานเศรษฐกิจ" ว่า จากการเดินทางไปศึกษาลู่ทางการลงทุนที่สหภาพพม่าเมื่อวันที่ 25-28 เมษายน 2555 ที่ผ่านมาของคณะนักธุรกิจไทยกว่า 80 คน จาก 35 บริษัทในกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์ เครื่องปรับอากาศ อาหาร สิ่งทอ เครื่องจักรการเกษตร เครื่องหนังและรองเท้า สิ่งทอ รวมถึงโลจิสติกส์ โดยมีอุตสาหกรรมรายใหญ่ อาทิ เอสโซ่  โตโยต้า คูโบต้า ร่วมเดินทางไปด้วยนั้น ในภาพรวมเอกชนส่วนใหญ่ให้ความสนใจลงทุนที่ย่างกุ้ง เนื่องจากมีความพร้อมด้านสาธารณูปโภคและการค้ามากกว่าพื้นที่อื่น ส่วนแนวโน้มการลงทุนที่ทวายคาดว่าอาจต้องใช้เวลาอีก 5-7 ปี เพื่อรอให้การก่อสร้างท่าเรือน้ำลึกและสาธารณูปโภคต่างๆ แล้วเสร็จก่อน


 ทั้งนี้ พม่ามีการเปลี่ยนแปลงที่รวดเร็วมาก และมีบรรยากาศการลงทุนที่ดีขึ้นอย่างมาก โดยเฉพาะการลดมาตรการคว่ำบาตรของประเทศมหาอำนาจต่างๆ ทั้งสหภาพยุโรป สหรัฐอเมริกา ออสเตรเลีย รวมถึงธนาคารโลก (เวิลด์แบงก์) และธนาคารพัฒนาเอเชีย (ADB) ที่เริ่มปล่อยกู้ให้กับพม่าแล้ว ถือเป็นสัญญาณที่ดีและสร้างความตื่นตัวให้กับนักลงทุน เพราะเมื่อเปรียบเทียบต้นทุนการผลิตในพม่าแล้ว ในกลุ่มสินค้าทั่วไปมีต้นทุนต่ำกว่าไทย 15% ขึ้นไป อีกทั้งผู้ผลิตในพม่าจะได้รับสิทธิพิเศษทางภาษีจีเอสพี (GSP) ซึ่งเป็นระบบการให้สิทธิ พิเศษทางภาษีศุลกากรเป็นการทั่วไปที่ประเทศที่พัฒนาแล้วให้แก่สินค้าที่มีแหล่งกำเนิดในประเทศที่กำลังพัฒนา


 ในส่วนของอุตสาหกรรมที่เป็นที่ต้องการของพม่านั้น ครอบคลุมทุกอุตสาหกรรม รวมถึงการผลิตเฟอร์นิเจอร์ไม้ ซึ่งขณะนี้นักธุรกิจพม่าในทวายได้มีการรวมตัวกันตั้งบริษัทร่วมทุนและรอนักลงทุนจากไทยเข้าไปร่วมเป็นพันธมิตร ส่วนการขยับตัวของธุรกิจไทยที่พบในเร็วๆ นี้ ล่าสุดผู้ผลิตรองเท้า HUSH PUPPIES ซึ่งมีฐานการผลิตอยู่ที่จังหวัดนครปฐม ประเทศไทย ได้เข้าไปขยายการลงทุนในพม่าและเตรียมที่จะเปิดสายการผลิตเร็วๆ นี้แล้ว


 นายธนิต กล่าวด้วยว่า สำหรับธุรกิจบริการด้านโลจิสติกส์ บริษัท วี-เซิร์ฟ โลจิสติกส์ฯ อยู่ระหว่างเจรจากับพันธมิตรในพม่าเพื่อลงทุนสร้างคลังสินค้าในย่างกุ้ง จากเดิมที่ทำธุรกิจขนส่งสินค้าระหว่างไทย-ย่างกุ้งอยู่แล้ว โดยการลงทุนดังกล่าวคาดว่าจะใช้เงินลงทุนเบื้องต้น 20 ล้านบาท และพร้อมจะเริ่มลงทุนทันทีหากการเจรจาเสร็จสิ้น โดยมีเป้าหมายที่จะให้บริการกับลูกค้าซึ่งเป็นนักลงทุนสัญชาติญี่ปุ่นที่ทยอยเข้าไปลงทุนในธุรกิจเครื่องจักรกล จักรยานยนต์ และสิ่งทอ
 "พม่าเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว และเป็นไปในทิศทางที่ดี รัฐบาลพม่าได้ให้ความสำคัญอย่างมากกับนักลงทุนไทยที่สนใจเข้าไปลงทุนในพม่า โดยการเดินทางไปศึกษาลู่ทางธุรกิจของ ส.อ.ท. ในครั้งนี้ รัฐมนตรีอุตสาหกรรมของพม่าก็ได้มาร่วมรับประทานอาหารและสนทนากับนักลงทุนไทยด้วย โดยมีการชี้แจงถึงความคืบหน้าในการปรับปรุงกฎหมายเพื่ออำนวยความสะดวกให้กับการลงทุนโดยตรงจากต่างชาติ อาทิ การปรับแก้กฎหมายภาษีซ้อน ซึ่งอยู่ในขั้นตอนของการตรวจแก้กฎหมาย รวมถึงกฎหมายการถือครองที่ดินที่พม่าเปิดให้ทุนต่างชาติถือครองที่ดินได้นานขึ้น


 ส่วนกฎหมายที่เอกชนไทยหวังให้มีการเปลี่ยนแปลงคือเรื่องของความชัดเจนด้านการลงทุน และการลดข้อกำหนดเกี่ยวกับเงินลงทุนขั้นต่ำของนักลงทุนต่างชาติ ที่ปัจจุบันกำหนดวงเงินลงทุนขั้นต่ำสำหรับอุตสาหกรรมทั่วไปไว้ที่ 500,000 ดอลลาร์สหรัฐฯ และธุรกิจบริการลงทุนขั้นต่ำ 300,000 ดอลลาร์สหรัฐฯ ซึ่งมองว่าเป็นจำนวนเงินที่ยังค่อนข้างสูง