26 March 2017 00:05AM

ลึกแต่ไม่ลับกับตลาด ′มาเลย์′ ทูตไทยแนะ SMEs ใช้เชื้อชาติสร้างยอดขาย

08 Jul 14 ,  ประชาชาติธุรกิจออนไลน์
  • 0

สำหรับโอกาสของเอสเอ็มอีไทย ในการเจาะตลาดมาเลเซียนั้น สินค้าฮาลาลมาแรง แต่ขณะเดียวกัน สินค้าประเภทเสื้อผ้าจำเป็นต้องระวัง

 

 

ดร.อรรชกา สีบุญเรือง อธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม กระทรวงอุตสาหกรรม ได้นำผู้ประกอบการกว่า 20 รายไปศึกษาตลาดและร่วมดูงานแสดงสินค้านานาชาติ Malaysian International Food & Beverage Trade Fair รวมทั้งเข้าพบตัวแทนจากสถานทูตไทยประจำกรุงกัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย เพื่อหาแนวทางการทำตลาดในมาเลเซียอีกด้วย 
นางสาวเสาวลักษณ์ ชัยชูสอน อัครราชทูต ได้แนะนำว่า


"มาเลเซียมีความได้เปรียบตรงที่มีหลายเชื้อชาติ อิสลาม-มาเลเซีย จีน อินเดีย และมีความสามารถในเรื่องของการทำตลาดต่างประเทศ ผู้ประกอบการไทยเราทำสินค้าได้แต่หาตลาดยาก ที่เขาได้เปรียบเพราะใช้ภาษาอังกฤษ เขาสามารถที่จะขยายการค้าได้ เช่น มุสลิม ไปเจาะกลุ่มประเทศแถบตะวันออกกลาง ส่วนคนจีนพูดภาษาจีนได้ ไปเจาะตลาดจีนซึ่งเป็นตลาดใหญ่มาก และเขามีชาวอินเดียที่ไปเจาะตลาดอินดีย ซึ่งมีเศรษฐกิจใหญ่เช่นกัน"


"เขาเป็นตัวกลางได้ดี เพราะสามารถที่จะรับวัตถุดิบจากเราแล้วมาส่งออกได้ ฉะนั้นในอีกแง่การรับสินค้าไทยมาติดตรา ถ้าเราคิดง่าย ๆ เราขายสินค้าได้ แต่เขาสร้างมูลค่าเพิ่มสิ่งเหล่านี้"

 

ขณะที่ นางสาววิชาดา ภาบรรเจิดกิจ อัครราชทูตที่ปรึกษา (ฝ่ายการพาณิชย์) สำนักงานส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ ณ กรุงกัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย แนะนำคือเรื่องอาหารฮาลาล ซึ่งเป็นตลาดใหญ่ที่สุด เนื่องจากมาเลเซียมีชาวมุสลิมถึง 60 เปอร์เซ็นต์ของประเทศ โดยเฉพาะผลไม้ไทยเราได้รับความนิยม เช่น ลำไย และมะม่วงน้ำดอกไม้ ที่มีราคากิโลกรัมละ 150 บาท


"ไทยต้องมีการคัดเกรดชัดเจนถ้าส่งออก ต้องมีเกรดพรีเมี่ยม เกรดหนึ่ง สอง สาม ดูจากความสด ความสุก ดิบ และเรื่องบรรจุภัณฑ์ ต้องไม่บุบสลาย แข็งแรง ฉลากต้องระบุว่าส่งมาจากประเทศอะไร ระบุเกรด น้ำหนักชัดเจน เพื่อที่ว่าเขาสามารถตรวจสอบกลับไปได้ ส่วนการบรรจุต้องบรรจุที่ประเทศแหล่งกำเนิด ไม่ใช่สนามบิน"


"ระยะหลังมาเลเซียพยายามเข้มงวดมากขึ้น กฎระเบียบที่ทำสอดคล้องกับ WTO สินค้าของเราบางอย่างเช่น ลำไยจากไทยตอนนี้ต้องระวังสารตกค้าง ทั้งนี้สินค้าบางลอตหากน้ำหนักเกินมาตรฐานอาจจะถูกตีกลับ ผู้ประกอบการต้องใส่ใจเรื่องนี้" 


ส่วนสินค้าที่ผู้ประกอบการไม่ควรนำเข้าไปก็คือเสื้อผ้า นางสาววิชาดา ภาบรรเจิดกิจ กล่าวว่า 


"สินค้าที่เข้ามาแล้วต้องเผชิญการแข่งขันสูงก็คือ เสื้อผ้า รองเท้า ฯลฯ เสื้อมาเลเซียมีผู้ประกอบการจากต้นน้ำถึงปลายน้ำเป็นพัน ๆ ราย ในขณะที่เสื้อผ้านำเข้ามาจากประเทศที่ราคาถูก เช่น จีน เวียดนาม ส่วนสินค้าไทย เราเจาะตลาดยุโรป อเมริกา ราคาจะสูง ถ้าส่งมาขายค่อนข้างประสบปัญหา อีกประการหนึ่ง คนมาเลเซียมาเที่ยวไทย ปีที่แล้ว 3 ล้านคน เขารู้ว่าจะไปซื้ออะไรที่ไหนของดี เสื้อผ้าประตูน้ำ จตุจักร สะพานควาย ของดีราคาถูก ทันสมัย อยู่ตรงไหน


สำหรับตลาดเสื้อผ้าในมาเลเซีย มีแบรนด์ดังจำนวนมากที่จับกลุ่มรายได้สูง ส่วนระดับกลาง ๆ ที่ใช้กลยุทธ์เรื่องราคา ซื้อหนึ่งแถมหนึ่ง ซื้อสองแถมหนึ่ง ซื้อตัวที่หนึ่งตัวที่สองลด 50 เปอร์เซ็นต์ ถ้าสินค้าไทยจะมาอาจจะขายยาก เพราะการแข่งขันสูงมาก"


ผู้ประกอบการที่จะเจาะตลาดมาเลเซียนั้นควรทราบว่า มาเลเซียเป็นประเทศที่การเมืองเรียกว่ามีความมั่นคงที่สุดประเทศหนึ่ง และเป็นประเทศที่ใกล้ประเทศไทยมากที่สุด มีเศรษฐกิจเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะการตั้งเป้าให้เป็นประเทศที่เจริญแล้วในปี 2018 ซึ่งตั้งเป้าว่าจะมีรายได้ประชากรเฉลี่ยต่อหัวไม่ต่ำกว่า 15,000 US จากปัจจุบัน 10,000 US 
โอกาสของไทยจะนำสินค้าคุณภาพเข้าไปในมาเลเซียมีแน่นอน แต่ก็ต้องเริ่มต้นเสียแต่ตอนนี้