Switch to: uk
26 March 2017 00:07AM

รวมฮิตแบรนด์ไทยระดับลักเซอรี่ สตรองอย่างมีสไตล์

11 Jan 16 ,  prachachat
  • 0

แบรนด์ไทยได้พิสูจน์ฝีมือกันมาแล้ว หลายชาติต่างให้การยอมรับในแบรนด์ของไทย แม้จะไม่โด่งดังเหมือนซูเปอร์แบรนด์ระดับโลก แต่การเกิดขึ้นของแบรนด์ไทยก็เริ่มขยายตลาดกว้างมากขึ้น ไม่เพียงแค่ขายในต่างประเทศ บางแบรนด์ก็ประสบความสำเร็จอย่างมากในประเทศ สามารถเปิดหน้าร้านขายสินค้า บางแบรนด์ก็ไม่ต้องอาศัยห้างสรรพสินค้าเป็นตัวโชว์ แต่เลือกโชว์ให้ตรงกับกลุ่มเป้าหมายแล้วลูกค้าจะเข้ามาเอง

 

ประชาชาติธุรกิจ จะพาไปทำความรู้จักแบรนด์ไทยระดับลักเซอรี่ที่ไม่แพ้แบรนด์ดังจากต่างแดน ทั้งในเรื่องของคุณภาพ ดีไซน์ และราคา

 

เริ่มกันที่แบรนด์เสื้อผ้าผู้หญิงที่มีดีไซน์การออกแบบที่เรียบหรู แฝงไปด้วยมนต์เสน่ห์แห่งความเป็นผู้หญิง สไตล์ PEACH BY SILSUPA


 

BrandThai2

 

"พีช-ศิลป์สุภา อภิรักษ์ทานนท์" เจ้าของแบรนด์เสื้อผ้า "PEACH BY SILSUPA" เล่าว่า จริง ๆ เริ่มต้นตอนแรกคือ พีชอยู่นิวยอร์ก คือตอนแรกแบรนด์ชื่อ SILSUPA เป็นชื่อจริง

 

พีชจบดีไซเนอร์มาโดยตรง พอทำงานซักพักคิดว่าถ้าเราดีไซน์ให้แบรนด์อื่นได้ก็คงดีไซน์ให้ตัวเองได้ เราก็เลยเปิดที่นั่น

 

พอกลับมาเมืองไทย ก็อยากจะทำแบรนด์ที่ไทยควบคู่ไปด้วย กลายเป็นที่มาของ PEACH BY SILSUPA เราเพิ่งเปิดตัวได้ปีครึ่ง

 

ทุกคอลเล็กชั่นดีไซน์เองทั้งหมด เพราะรู้สึกว่าเราเป็นแบรนด์เปิดใหม่เลยต้องเน้นเรื่องรายละเอียดเป็นพิเศษ ต้องบอกก่อนว่า แบรนด์เราเป็น MINIMAL พีชเป็นคนแต่งตัวเรียบ ๆ เลยคิดว่าทำอะไรที่สนใจที่สุดก็คือ ความเป็น MINIMAL จะเน้นเรื่องรูปแบบ ไซซ์ วัสดุ จึงสำคัญมาก

 

ดีไซเนอร์คนเก่งเล่าต่อว่า แบรนด์นี้ค่อนข้างเป็นผู้หญิงทำงานทั่วไป คือตอนกลางวันทำงาน ตอนเย็นออกไปสังสรรค์กับเพื่อน จะมีความกระฉับกระเฉง จะไม่ใช่ผู้หญิงหวาน จะไม่ใช่ผู้หญิงตามเทรนด์ ไม่ใช่ผู้หญิงแบ๊วมาก จะค่อนข้างเป็นผู้หญิงมีความมั่นใจสูง

 

จุดเด่นของตัวแบรนด์ คือ เป็นผู้หญิงที่อ่อนโยน แอบมีความเซ็กซี่ แต่เป็นผู้หญิงที่เข้มแข็งแบบผู้หญิงสมัยใหม่ที่ดูแลตัวเองได้ จะเป็นผู้หญิงในเมืองแบบเวิร์กกิ้งวูแมน แต่ยังมีชีวิตที่ออกไปลั้นลาได้ และสิ่งที่คิดว่าสำคัญที่สุด คือ การใช้งานที่คุ้มค่า ไม่ใช่ซื้อมาใส่ได้ครั้งเดียว ไม่ตามเทรนด์จนเกินไป ลูกค้าของเราสามารถใส่ของที่ซื้อจากซีซั่นก่อนได้อย่างไม่ตกเทรนด์ เพราะความเรียบหรูที่ไม่ล้าสมัย ส่วนใหญ่ลูกค้าของเราไม่ตามเทรนด์ รู้ว่าตัวเองควรใส่อะไร ค่อนข้างจะเป็นสไตล์คลาสสิกเรียบหรู และก็รู้ว่าอะไรเหมาะสมกับตัวเอง

 

เจ้าของแบรนด์ดังเล่าต่อว่า ลูกค้าส่วนใหญ่เป็นสาวยุคใหม่ มีความครีเอทีฟ เพราะคนที่ให้ความสนใจด้านแฟชั่นจริงจะรู้สึกว่า ถึงจะเรียบแต่มีความแตกต่างจากคนอื่น ส่วนราคาก็จะเริ่มตั้งแต่ 4,500-35,000 บาท

 

"ผลการตอบรับดีมากกว่าที่คิดไว้มาก คือเปิดตัวมาคอลเล็กชั่นแรก ได้เข้าไปเปิดพ็อปอัพที่เซ็นทรัล ชิดลม ผลตอบรับดีมาก จนได้มาเปิดร้านที่เอท ทองหล่อ ส่วนใหญ่จะเป็นลูกค้าประจำ รู้สึกว่ามาเปิดร้านประจำแล้วอยู่ได้ ทั้งที่ไม่อยู่ในห้างดัง ทำให้เริ่มสัมผัสได้ว่าลูกค้าค่อนข้างจริงจัง และมีความเชื่อมั่นในตัวสินค้า"

 

สุดท้ายอยากฝากถึงลูกค้า ก็อยากจะให้ติดตามแบรนด์ไปเรื่อย ๆ จริง ๆ แล้วเราพยายามรักษาคุณภาพของสินค้า ในขณะเดียวกันเราก็พยายามที่จะพัฒนาในเรื่องของดีไซน์ในทุก ๆ คอลเล็กชั่น และสิ่งที่เป็นเทคนิคใหม่ ๆ ผ้าใหม่ ๆ รวมถึงดีไซน์ใหม่ ๆ ใครที่สนใจก็เข้ามาชมกันได้ที่เอท ทองหล่อ

 

มาอีกหนึ่งแบรนด์เสื้อผ้าผู้หญิงที่บ่งบอกถึงไลฟ์สไตล์และสามารถตอบโจทย์สาวสมัยใหม่ได้อย่างลงตัวนั่นคือ CANNIT

 

BrandThai3

 

"นิดหน่อย-ขนิษฐา ดรุณเนตร" เจ้าของแบรนด์เสื้อผ้า "คานิท" (CANNIT) พูดถึงจุดเริ่มต้นว่า ส่วนตัวชอบการแต่งตัวมาตั้งแต่เด็ก รู้สึกว่าการแต่งตัวมันไม่ใช่แค่เสื้อผ้าหรือว่าแฟชั่น แต่การ

 

แต่งตัวแสดงออกถึงตัวตนและก็บุคลิกภาพ คือสไตล์ที่เราจะพรีเซนต์ตัวเองออกมาเป็นแบบไหน บ่งบอกลึกซึ้งกว่าแค่การหยิบเสื้อผ้ามาใส่ จนมาวันหนึ่งคิดว่าควรจะต้องทำอะไรของตัวเอง คิดว่าสิ่งที่ชอบที่สุดคืออะไร ปิ๊งไอเดียว่า "เสื้อผ้านี่หล่ะเป็นตัวเราที่สุด ทำให้แล้วคงจะมีความสุขกับมันที่สุด"

 

ดีไซเนอร์ฝีมือเฉียบเล่าต่อไปว่า จุดเด่นของแบรนด์เราไม่ได้เป็น Minimal แต่จะมีดีเอ็นเอสามคำ "แดซลิ่ง" (Dazzling), "เอนนิกแมททิก" (Enigmatic) และ "แมกนิฟฟิเซนต์" (Magnificent) สามคำที่สามารถบ่งบอกถึงเอกลักษณ์การดีไซน์ได้เป็นอย่างดี ที่นำความงดงามทางแฟชั่นในแต่ละยุคสมัยผสมผสานกับไลฟ์สไตล์ของหญิงสาวยุคปัจจุบัน ให้สนุกไปกับการสร้างสรรค์ลุกใหม่ หญิงสาวในแบบฉบับของ "คานิท" จึงเป็นหญิงสาวที่มีความทันสมัย ชื่นชอบในความโก้หรู แต่ในขณะเดียวกันก็เป็นหญิงสาวที่มีเสน่ห์ผสานความเซ็กซี่อย่างมีระดับ

 

การดีไซน์ก็ยังมีความชอบส่วนตัวอยู่แต่ว่าไม่ได้ชอบส่วนตัวทั้งหมดเพราะว่าต้องมองไปที่ความทันสมัยอยู่ในตัว แต่ว่าไม่ได้ตามแฟชั่นตลอด จะดูว่าอันไหนเหมาะสม ใส่แล้วสวยดูโมเดิร์นเราก็จะหยิบมาเล่น

 

ครีเอทีฟไดเร็กเตอร์พูดถึงกลุ่มลูกค้าจริง ๆ เรามีตั้งแต่วัยรุ่นจนไปถึงรุ่นคุณแม่เลย วัยรุ่นก็เป็นนักศึกษา ผู้หญิงทำงานยุคใหม่ คุณแม่มือใหม่ ที่ยังรักการแต่งตัวอยู่ แต่ก็เป็นผู้หญิงที่ค่อนข้างใส่ใจในการแต่งตัว ชอบลุกแบบผู้หญิง ราคาก็อยู่ที่ประมาณ 3,000-15,000 บาท

 

ส่วนผลตอบรับส่วนตัวก็รู้สึกแฮปปี้ตั้งแต่เริ่มแรกเลย เหมือนทำเองโดยที่ไม่มีการติดต่ออะไรมากมาย มีดาราก็เข้ามาซื้อเองแอดไลน์มาชอบชุดมาก อยากได้มาที่ร้านเลย ก็เลยรู้สึกว่าพอใจกับแบรนด์ที่เปิดตัวได้เพียง 1 ปี ลองมาสัมผัสความล้ำสมัยได้ที่ พาร์คเลน เอกมัย

 

BrandThai

 

ถัดมาเป็น INDIGOSKIN กางเกงยีนส์สายเลือดไทยระดับพรีเมี่ยมที่ตอบโจทย์กับไลฟ์สไตล์แฟชั่นยีนส์ในยุคปัจจุบันและความคลาสสิกอย่างลงตัว

 

"ก้อธัชวีร์สนธิระติ" เจ้าของแบรนด์ยีนส์ระดับพรีเมี่ยม เล่าถึงจุดเริ่มต้นก็คือชอบสะสมยีนส์ โดยเฉพาะยีนส์ญี่ปุ่นเป็นพิเศษ ก็ได้แรงบันดาลใจจากแบรนด์ญี่ปุ่น เขามีเสน่ห์ตรงที่ว่าเขาเอาศิลปวัฒนธรรมของเขามาใส่ในยีนส์ ในช่วงปี 2008-2009

 

"ผมคิดว่าทำไมไม่มีแบรนด์ยีนส์ในไทย ก็เลยบุกเบิกยีนส์ระดับพรีเมี่ยมที่เอาเอกลักษณ์ความเป็นไทยมาใส่ในยีนส์กลายเป็นจุดเริ่มต้นของอินดิโก้สกินตั้งแต่ปี2009

 

ถามว่าเราลอกมาจากญี่ปุ่นไหม คงไม่ใช่ เพราะยีนส์จุดหลักมันไม่ต่างกันมาก อยู่ที่ว่าเรานำไอเดียไปใส่ไว้ยังไงให้มันลงตัว ซึ่งตัวลายไทยกับเอกลักษณ์ของทางญี่ปุ่นก็แตกต่างกันชัดเจน เราก็ต้องมาคิดรูปแบบลงรายละเอียดมาพัฒนาแบรนด์ของเราเอง"

 

ผู้ริเริ่มยีนส์ไทยพรีเมี่ยมเล่าต่อไปว่า จุดเด่นของอินดิโก้สกินน่าจะเป็นการประยุกต์ใช้ทั้งลายไทยและก็ผ้าไทย และรายละเอียดของศิลปะไทยต่าง ๆ ที่นำมาผสมผสานกับผ้ายีนส์ระดับพรีเมี่ยมที่สั่งทอจากญี่ปุ่นเท่านั้น ผ้ายีนส์ของอินดิโก้สกินเป็นผ้าที่ทอพิเศษเฉพาะเราเท่านั้น

 

ส่วนลายกนกของอินดิโก้สกินก็คิดว่าลายไทยมันมีหลายรูปแบบมากแต่หลังจากทำการศึกษาแล้วว่า ลายไทยที่มันมีความเป็นสากลเรียบง่ายแล้วก็คนรู้จักเยอะที่สุด หนึ่งในนั้นก็คือลายกนก ก็เลยเลือกเอามาใช้ แต่ทีนี้ลายกนกมันก็ค่อนข้างมีความละเอียดในลายของมัน เรานำมาดีไซน์ใหม่ให้ลายมีความเรียบมากขึ้น ให้มาอยู่บนยีนส์ให้ลงตัวแล้วทันสมัยมากขึ้น

 

กลุ่มลูกค้าของเราค่อนข้างกว้าง แต่ส่วนใหญ่ระดับบีบวกถึงเอ เพราะเรามียีนส์ที่หลากสไตล์ ราคาก็เริ่มตั้งแต่ 4,500-16,000 บาท ลูกค้าก็จะมีตั้งแต่เด็กมัธยมปลายไปจนถึงคนวัยทำงาน นักสะสมยีนส์ ฐานลูกค้าเราค่อนข้างครอบคลุม

 

ด้านผลตอบรับตั้งแต่ตอนสร้างแบรนด์มาจนถึงตอนนี้ก็เติบโตขึ้นเรื่อย ๆ โดยในปีแรกเราผลิตกางเกงยีนส์แค่ 120 ตัว ปัจจุบันผลิตมากกว่า 6 พันตัวต่อปี และก็เติบโตขึ้นไปรู้จักในระดับโลกมากขึ้น ทางเราได้ร่วมโปรเจ็กต์กับแบรนด์ระดับโลกอย่าง Momotaro, Converse, Vanquish มาชักชวนร่วมงานกับเขา หนุ่มผู้คลั่งยีนส์พูดถึงราคา ที่หลายคนตั้งคำถามว่า ทำไมราคาถึงแพง ฉีกออกมาจากแบรนด์ไทยอื่น ๆ

 

"ผมคิดว่าเราทำแบรนด์ด้วยการไม่เอาราคามาเป็นตัววัด เริ่มจากทำยีนส์ที่เรามีความสุขที่จะใส่มันคุณภาพ เพราะฉะนั้นวัตถุดิบการตัดเย็บการดีไซน์ราคามันจะมาหลังจากที่ผลิตออกมาแล้ว เราเลือกใช้ผ้าระดับโลก ถ้าคนที่เล่นยีนส์จริง ๆ จะรู้เลยว่ายีนส์ของอินดิโก้สกินราคาไม่สูงเมื่อเทียบกับคุณภาพ

 

สุดท้ายก็อยากจะฝากถึงแฟน ๆ กางเกงยีนส์ให้เลือกซื้อในสิ่งที่เราชอบ อย่าซื้อตามกระแสคนอื่น ศึกษาให้ดี ยีนส์ระดับพรีเมี่ยมราคาค่อนข้างสูง อยากจะให้เลือกที่เหมาะสมกับเราจริง ๆ เนื้อผ้าดีไซน์รูปทรงที่เหมาะกับรูปร่าง แต่ก็ขอฝากอินดิโก้สกินไว้ให้คนที่หลงรักยีนส์ได้ลองมาสัมผัสกันได้ที่ ช็อปอินดิโก้สกิน สยามสแควร์ซอย 1"

 

BrandThai4

 

มาถึงแบรนด์สุดท้าย "โรสแมนคลับ" แว่นตาสัญชาติไทยที่มีดีไซน์การออกแบบอันเป็นเอกลักษณ์ที่ดังกระฉ่อนถึงต่างแดน

 

แว่นตา "โรสแมนคลับ" ฝีมือของสองสาวที่ช่วยกันสร้างแบรนด์ทางเลือกให้กับคนที่ไม่ชอบความจำเจ หรือใส่ซ้ำแบบใคร ยังมีทางเลือกในการหาแว่นตาที่ตรงกับรสนิยมของตัวเองได้หลากหลายขึ้น

 

"ปอย ปิยะวรรณ เอื้อบุญสิริ" อธิบายว่า แว่นตาโรสแมนคลับ เป็นผลงานที่เขากับเพื่อนร่วมกันสร้างและออกแบบขึ้นมา เพื่อตอบโจทย์คนใช้งานจริง โดยเฉพาะดีไซน์ที่มีความคลาสสิกและโรแมนติกผสมผสานกัน ทำให้กรอบแว่นมีบุคลิกของมัน เหมาะกับคนทุกเพศทุกวัย โดยจะเน้นไปที่การออกแบบเพื่อให้คนใส่รู้สึกว่า "อายุลดลง" ในทุกดีไซน์

 

โรสแมนคลับเกิดจากการหยิบเอาค่านิยมยุโรปยุคคลาสสิก มาเป็นแรงบันดาลใจของการออกแบบแว่นตาที่มีดีไซน์ร่วมสมัย ประกอบกับความหลงใหลในงานศิลปะทางยุโรป ใช้ความถนัดในการออกแบบ สร้างแว่นตาที่มีคุณภาพให้คนไทยในราคาเป็นมิตร มีอายุการใช้งานที่ยาว มีดีไซน์ ใส่ได้ทุกวัน ดึงดูดเหล่าฮิปสเตอร์และ Gen Y ทั่วโลก ให้เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของความสนุก ภายใต้คอนเซ็ปต์หลัก "Unique Urban Lifestyle"

 

แม้ว่าโรสแมนคลับเพิ่งจะเปิดหมาด ๆ ได้เพียงปีกว่า แต่ได้รับความสนใจจากนิตยสารหัวนอกหลายเล่มให้ความสนใจในงานออกแบบแว่นตาของทั้งสอง ทั้งยังมีวางจำหน่ายและเป็นฮอตไอเท็มในกลุ่มตลาดหัวเมืองแฟชั่นแถวหน้าหลายแห่งของยุโรปอย่าง ลอนดอน ปารีส เบอร์ลิน อัมสเตอร์ดัม เวียนนา

 

ยอดขายตอนนี้ "แนท ภัศนันท์ ธราจรัสพัฒน์" เล่าว่า เป็นลูกค้าคนไทย 60% และลูกค้าต่างชาติที่สั่งผ่านออนไลน์และวอล์กอินเข้ามาอีก 40% จุดเด่นสำคัญที่ลูกค้าต่างชาติเลือกนอกจากดีไซน์แล้ว แว่นตาโรสแมนคลับยังใช้วัสดุคุณภาพ กรอบแว่นผลิตจาก "อะซิเตต" ที่มีทั้งความยืดหยุ่นและทนทาน บวกกับการใช้เทคนิคของการผลิตเนื้อสีพิเศษให้โดดเด่นไม่เหมือนใคร โดยเนื้อสีจะไม่หลุดร่อนตลอดอายุการใช้งาน ควบคุมโดยผู้เชี่ยวชาญการผลิตแว่นตาประสบการณ์กว่า 20 ปี จากแหล่งผลิตแว่นตาแฮนด์เมดชื่อดังในจังหวัดฟุกุอิ (Fukui) ประเทศญี่ปุ่น

 

เมื่อเทียบราคาตลาดกับแบรนด์อื่น ๆ จะเห็นว่า ความได้เปรียบของโรสแมนคลับอีกอย่าง คือ ความพิถีพิถันในทุกรายละเอียด ใช้กล่องหนังคุณภาพระดับพรีเมี่ยม ภายในบุกำมะหยี่ช่วยป้องกันรอยขีดข่วน เพื่อการรักษาแว่นตาให้มีอายุการใช้งานยาวนาน ตลอดจนกล่องบรรจุด้านนอกสีดำทองที่มีดีไซน์โดดเด่นไม่ซ้ำใคร แถมมีบริการสั่งตัดเลนส์สายตา หรือตัดเป็นเลนส์กันแดดป้องกันยูวี 100% ให้ฟรีอีกด้วย

 

หากใครจะแวะเวียนไปที่ร้าน เปิดบริการทุกวันพุธ-อาทิตย์ เวลา 12.00-20.00 น. อยู่ริมถนนใหญ่พระราม 4 หัวมุมซอยจุฬา 11 จะได้สัมผัสกับกลิ่นอายความคลาสสิกของแว่นตา และอุปกรณ์ตกแต่งร้านที่เจ้าของนำติดไม้ติดมือกลับมาจากการท่องเที่ยวทั่วโลก ให้ชมอย่างเพลินตา

 

ความสำเร็จของแบรนด์ไทย ที่คนไทยสามารถเป็นส่วนหนึ่งในการผลักดันให้สินค้าเติบโตได้ทัดเทียมกับแบรนด์อื่น ๆ ทั่วโลก