Switch to: uk
25 March 2017 08:20AM

ไอ.ซี.ซี.อินเตอร์ วางโมเดลบุกพม่า

26 Jun 12 ,  กรุงเทพธุรกิจ
  • 0

ไอ.ซี.ซี.อินเตอร์ เตรียมผุดโมเดลลงทุนพม่า ลั่นทุกแบรนด์ในเครือพร้อมลุย หลังปูฐานมาหลายปี จ่อร่วมพันธมิตรท้องถิ่นยกระดับลงทุน หันรุกอสังหาฯ


นายธรรมรัตน์ โชควัฒนา กรรมการผู้ช่วยผู้อำนวยการ บริษัท ไอ.ซี.ซี.อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) เปิดเผยความคืบหน้าในการเข้าไปลงทุนในประเทศพม่าระบุว่าความจะมีความชัดเจนภายในสิ้นปีนี้ ว่า จะเป็นการเข้าไปลงทุนภายใต้โมเดลใด ซึ่งต้องดูรัฐบาลพม่าเรื่องการเปิดตลาดด้านการลงทุนด้วย  สำหรับบริษัท ซึ่งดำเนินธุรกิจผลิตและจำหน่ายสินค้า กลุ่มแฟชั่น ประกอบด้วย  เสื้อผ้า เครื่องหนัง เครื่องสำอาง  อาหาร  ค้าปลีก  และ เซเลเบตี้ แบรนด์   รวมสินค้าในเครือกว่า 60 แบรนด์ ซึ่งขณะนี้ ได้รับนโยบายให้เตรียมพร้อมสำหรับการเข้าไปลงทุนขยายตลาดอย่างเต็มรูปแบบ

นายธรรมรัตน์ กล่าวว่า ที่ผ่านมา สินค้าของบริษัทได้เข้าไปจำหน่ายในตลาดพม่ามานานหลายปีแล้ว โดยทำธุรกิจผ่านพันธมิตรนักธุรกิจในพม่า เป็นผู้นำสินค้าของบริษัทเข้าไปจำหน่าย ทั้ง วาโก้ แอร์โรว์ กีลาโรช  เครื่องสำอาง ซึ่งผู้บริโภคต่างรับรู้แบรนด์เสื้อผ้า แฟชั่น เครื่องสำอางเป็นอย่างดี

"ในสิ้นปีนี้ คาดว่าจะสรุปแผนการลงทุนได้อย่างเป็นรูปธรรมจากนั้น บริษัท สหพัฒน์อินเตอร์โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) หรือ เอสพีไอ (บริษัทด้านการลงทุนของเครือสหพัฒน์) จะเคาะแผนการลงทุน และการวางบิซิเนสโมเดล ในการเข้าไปลงทุนในพม่า จากนั้นจะศึกษารูปแบบการเข้าไปลงทุนอีกครั้งหนึ่ง"

สำหรับแผนการลงทุนในพม่า ถือเป็นการยกระดับการลงทุนในอีกสเต็ปหนึ่ง จากที่ผ่านมา ใช้รูปแบบการเทรด โดยมีพันธมิตรนักธุรกิจท้องถิ่นเป็นผู้นำเข้าสินค้าไปจำหน่ายในพม่า  โดยปัจจัยการเข้าไปลงทุนจัดตั้งในรูปของสวนอุตสาหกรรม ครั้งนี้ มาจาก 2 ปัจจัย  คือ ปัจจัยด้านค่าแรง และการขยายตลาดซึ่งไม่ได้มองเพียงแค่ตลาดเออีซีเพียงอย่างเดียว แต่มองถึงการเปิดตลาดสินค้านอกเออีซีอีกด้วย โดยมีพม่าเป็นเกตเวย์ เชื่อมต่อไปยัง ประเทศอื่นๆ พม่าเป็นประเทศที่สำคัญสำหรับการปักฐานการลงทุนครั้งใหม่

ปัจจัยค่าแรงเป็นแรงกระตุ้นให้เครือสหพัฒน์ ต้องมองหาตลาดแรงงานที่มีต้นทุนต่ำ เนื่องจากสินค้าส่วนใหญ่ของเครือไอ.ซี.ซี.อินเตอร์ ใช้แรงงานฝีมือ ค่อนข้างสูง เป็นสินค้าที่ต้องใช้แรงงานคนมาก ซึ่งประเทศพม่ามีความเหมาะสมด้านการลงทุนและต้นทุนที่ต่ำกว่า นอกจากนี้ ศักยภาพของพม่าเมื่อเทียบกับเวียดนามและกัมพูชา ในมุมมองของสหพัฒน์แล้วถือว่าพม่าเป็นประเทศที่น่าลงทุนมากกว่า ทั้งในเรื่องปัจจัยค่าแรงและศักยภาพ ขณะที่เวียดนามและกัมพูชา เหมาะสำหรับการเข้าไปทำการค้ามากกว่าการตั้งโรงงานผลิตเนื่องจากมีต้นทุนสูงกว่า

นอกจากการเตรียมความพร้อมในการเข้าไปลงทุนในพม่าแล้ว สำหรับการดำเนินธุรกิจในประเทศปีนี้ บริษัทตั้งเป้าการเติบโต 30-40% วางเป้ารายได้ 14,000-15,000 ล้านบาท โดยมีกลุ่มวาโก้ ทำรายได้ในสัดส่วน 30% ของรายได้รวม โดยธุรกิจใหม่ที่กำลังพัฒนาอย่างมีนัยสำคัญ คือ ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ โดยร่วมกับพันธมิตร กลุ่มชาญอิสสระ ในรูปแบบการตั้งบริษัท และ กลุ่มเอ็นเตอร์เทนเมนท์โดยร่วมกับเมเจอร์