Switch to: uk
23 March 2017 22:38PM

นโยบายโลจิสติกส์ ... โจทย์ท้าทายรัฐบาลใหม่ ลดต้นทุนเศรษฐกิจแสนล้าน

07 Jun 11 ,  ศูนย์วิจัยกสิกรไทย
  • 0

ระบบโลจิสติกส์เป็นโครงสร้างพื้นฐานที่มีความสำคัญต่อเศรษฐกิจไทยอย่างมาก เนื่องจากเป็นสาขาที่สนับสนุนกิจกรรมทางเศรษฐกิจในหลายด้าน และจะส่งผลต่อความสามารถในการแข่งขันของประเทศ แต่ก็ต้องยอมรับว่าความคืบหน้าในการพัฒนาระบบโลจิสติกส์ของไทยดำเนินการได้อย่างค่อนข้างช้า ทำให้ต้นทุนโลจิสติกส์ของไทยอยู่ในระดับสูง ขณะที่ระบบโลจิสติกส์หลายด้านใกล้ถึงจุดเต็มกำลังรองรับในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า แผนบริหารจัดการโลจิสติกส์จึงเป็นประเด็นเร่งด่วนที่รัฐบาลใหม่ควรต้องให้ความสำคัญอย่างจริงจัง โดยหากพิจารณาจากต้นทุนโลจิสติกส์ของไทย ซึ่งศูนย์วิจัยกสิกรไทยประเมินว่า อาจมีระดับสูงกว่าร้อยละ 18 ของจีดีพีในปี 2554 ถ้าสามารถลดต้นทุนโลจิสติกส์ลงได้ทุกๆ ร้อยละ 1 ของจีดีพี จะประหยัดต้นทุนทางเศรษฐกิจของประเทศลงได้ถึง 100,000 ล้านบาทต่อปี

 

ศูนย์วิจัยกสิกรไทย มองว่า ยุทธศาสตร์การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านโลจิสติกส์ของไทยในระยะ 5 ปีข้างหน้า ควรให้ความสำคัญเร่งด่วนต่อการพัฒนา “3 ท่า 3 ระบบราง และโครงข่ายเชื่อมโยงทางถนน” อันประกอบด้วยโครงสร้างพื้นฐานด้านโลจิสติกส์ดังต่อไปนี้


 โครงการพัฒนาท่าอากาศยานสุวรรณภูมิขั้นที่ 2 เนื่องจากแผนการพัฒนาดังกล่าวอาจล่าช้ากว่าแผนที่วางไว้ 1 ปี จากที่อาจมีการทบทวนแผนการพัฒนาใหม่ ขณะที่ปริมาณผู้โดยสารผ่านท่าอากาศยานสุวรรณภูมิจะเริ่มสูงเกินขีดความสามารถรองรับที่ 45 ล้านคนในปี 2555
 

โครงการพัฒนาท่าเรือแหลมฉบังขั้นที่ 3 ซึ่งมีแผนที่จะพัฒนาเปิดให้ดำเนินการได้ในปี 2562 แต่ก็มีความเป็นไปได้ที่ช่วงประมาณปี 2560 ปริมาณการขนส่งสินค้าอาจเข้าใกล้ขีดความสามารถรองรับของท่าเรือแหลมฉบังที่มีอยู่รวม 10.8 ล้านทีอียูต่อปี
 

โครงการพัฒนาท่าเรือน้ำลึกชายฝั่งตะวันตก ที่ยังมีความจำเป็นที่จะต้องพัฒนาเพื่อรองรับการเติบโตของอุตสาหกรรมและการค้าระหว่างประเทศของไทย และลดความเสี่ยงจากการพึ่งพาการใช้ประโยชน์จากท่าเรือน้ำลึกทวายในประเทศพม่า


โครงการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพความรวดเร็วในการเดินทางในพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑล ลดปัญหาการจราจร และช่วยประหยัดพลังงาน


โครงการรถไฟทางคู่ ซึ่งช่วยจะสนับสนุนการปรับเปลี่ยนรูปแบบการขนส่งสินค้าจากทางถนนมาใช้ระบบราง ซึ่งเป็นรูปแบบการขนส่งที่มีต้นทุนต่ำกว่าและยังสามารถขนส่งสินค้าได้ในปริมาณที่มาก


โครงการรถไฟความเร็วสูง แต่การพัฒนาอาจต้องใช้เงินลงทุนสูง จึงควรมีการพิจารณาจัดลำดับความสำคัญ ความคุ้มค่าของโครงการ และรูปแบบการจัดหาแหล่งเงินลงทุนที่เหมาะสม


โครงข่ายเชื่อมโยงทางถนน ด้วยการพัฒนาถนนเชื่อมโยงสู่ภูมิภาคหลัก ซึ่งจะช่วยร่นระยะทางและเวลาในการขนส่ง รวมทั้งการพัฒนาเส้นทางถนนรองให้มีการเชื่อมโยงกับเส้นทางสายหลักและระบบขนส่งรูปแบบอื่นๆ
         

อย่างไรก็ตาม การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานโลจิสติกส์ต้องใช้ระยะเวลาพอสมควรที่จะนำไปสู่การลดต้นทุนโลจิสติกส์ รวมทั้งดึงดูดให้เกิดการปรับเปลี่ยนมาใช้รูปแบบการขนส่งที่เหมาะสมและมีต้นทุนที่ต่ำกว่า ด้วยเหตุนี้ จึงเป็นสิ่งท้าทายสำหรับรัฐบาลใหม่ต่อโจทย์ในการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านโลจิสติกส์ของไทยเพื่อรองรับกิจกรรมเศรษฐกิจที่จะเติบโตขึ้น ภายใต้ข้อจำกัดด้านเวลาและงบประมาณ รวมทั้งการสร้างความชัดเจนและต่อเนื่องของนโยบาย

 

ทั้งนี้ ภาครัฐอาจต้องมียุทธศาสตร์ระดับชาติด้านการพัฒนาระบบโลจิสติกส์ที่ชัดเจน มีการบูรณาการกันระหว่างหน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชนที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งมีหน่วยงานกลางที่ดูแลวางแผนระบบโลจิสติกส์ และสามารถผลักดันให้เกิดผลเป็นรูปธรรม เพื่อให้การพัฒนาระบบโลจิสติกส์ไทยดำเนินไปในทิศทางเดียวกัน