Switch to: uk
26 March 2017 21:16PM

เปิดโฉม 3 แหล่งผ้าไทยท้องถิ่น ให้สอดคล้องแฟชั่นยุคประหยัดไฟ

06 Mar 13 ,  prachachat.net
  • 0

เพื่อให้สอดคล้องกับมาตรการประหยัดพลังงานที่รัฐบาลรณรงค์ให้ประชาชนทั่วประเทศ หน่วยงานราชการ และเอกชน ร่วมกันคนละไม้คนละมือประหยัดพลังงานของชาติ หลังเกิดความวิตกกังวลว่าหลายพื้นที่ของประเทศไทย โดยเฉพาะกรุงเทพฯและพื้นที่ภาคใต้จะมีกระแสไฟไม่พอใช้ ช่วงระหว่างวันที่ 5-14 เม.ย.นี้ สาเหตุจากพม่าซ่อมท่อก๊าซธรรมชาติจากแหล่งยาดานา


กระทรวงวัฒนธรรม หรือ วธ. ภายใต้การกุมบังเหียนของ สนธยา คุณปลื้ม เป็นกระทรวงหนึ่งที่ขานรับนโยบายของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี มาแบบเต็มๆ

มีการบ้านให้ขบคิด คือ ให้จัดหาผ้าไทยมาใช้เป็นเครื่องแต่งกายสำหรับรัฐมนตรีทุกกระทรวง ให้สอดคล้องกับมาตรการประหยัดพลังงาน

สนธยารับลูกนโยบายมาเต็มๆ สั่งการให้ทีมงานในกระทรวงช่วยออกแบบผ้าไทย และได้มาทั้ง 5 แบบ ประกอบด้วย ชุดใส่ทำงานชาย เป็นเสื้อไทจากชาวไทยทรงดำ เสื้อแขนสั้น ใช้ผ้าฝ้ายทอมือ ส่วนชุดใส่ทำงานหญิง เป็นผ้าฝ้ายชาวไทลื้อ ปรับความยาวแขนให้สั้นขึ้น

นอกจากนี้ ยังมีเสื้อลำลองชายและหญิงใช้ในช่วงเทศกาลสงกรานต์ เป็นแบบที่แลดูทันสมัย รวมทั้งชุดกึ่งทางการชายและหญิง ประยุกต์จากชุดเสื้อพระราชทาน ลดทอนรายละเอียดลงเพื่อทำให้กระบวนการผลิตง่ายขึ้น

หลังจากได้แบบเสื้อแล้ว ทางรัฐมนตรี วธ.ได้คัดเลือกผ้าที่ผลิตจากท้องถิ่น 3 แหล่ง มาเป็นวัตถุดิบในการตัดเย็บ ประกอบด้วย 1.ผ้าย้อมสีธรรมชาติ บ้านไร่ไผ่งามของ นางแสงดา บันสิทธิ์ ศิลปินแห่งชาติ สาขาทัศนศิลป์ (การทอผ้า) ปี 2529 อ.แม่แจ่ม จ.เชียงใหม่ 2.ผ้าทอลายผ้าขาวม้า อ.ปักธงชัย จ.นครราชสีมา และ 3.ผ้าลายลูกแก้ว ต.เกาะยอ อ.เมือง จ.สงขลา

ลองมาลงลึกในรายละเอียดแหล่งเนื้อผ้าแต่ละชนิดกัน

กล่าวสำหรับ "บ้านไร่ไผ่งาม" เป็นหมู่บ้านผลิตผ้าฝ้ายทอมือโบราณที่มีคุณภาพและชื่อเสียงของ จ.เชียงใหม่ อยู่ระหว่างหลัก กม.ที่ 69-70 หมู่ 8 ต.สบเตี๊ยะ อ.จอมทอง

ต้องให้เครดิตกันก่อนว่า ผ้าฝ้ายทอมือที่ อ.จอมทอง นั้น ดังระดับโลกเลยทีเดียว จุดเด่นของการทอผ้าฝ้ายใช้สีธรรมชาติล้วนๆ มีต้นตำรับจาก "แสงดา บันสิทธิ์" หญิงทอผ้าที่ได้ตั้ง "พิพิธภัณฑ์บ้านป้าดา" ไว้เป็นสมบัติของชาวจอมทอง

นางเสาวนีย์ บันสิทธิ์ บุตรสาววัย 74 ปี เล่าว่า แม่แสงดาเติบโตอยู่คุ้มของเจ้าแก้วนวรัฐ เจ้าผู้ครองนครเชียงใหม่ เห็นกระบวนการทอผ้ามาแต่เยาว์วัย จับกี่หัดลองทอครั้งแรกตอน 5 ขวบ และได้ศึกษาวิธีการทอจากครูผู้ชำนาญที่สุดทั้งด้านการปั่นด้ายและการทอผ้า ทำให้แม่แสงดารักและชำนาญในการทอผ้าฝ้ายอย่างมาก

เมื่อแต่งงานกับ ด.ต.มาลัย บันสิทธิ์ นายตำรวจราชบุรี ที่ไม่เห็นด้วยกับการที่ภรรยาต้องมานั่งทอผ้า กระทั่งสงครามโลกครั้งที่สองเกิดขึ้น ผ้ากลายเป็นสินค้าขาดตลาด แม่แสงดาจึงลงมือทอผ้าและย้อมด้วยสีเปลือกไม้ ตัดเป็นชุดให้สามีสวมใส่ไปทำงาน จนได้รับความสนใจ ก่อนนำมาสู่การรวมกลุ่มกับแม่บ้านริเริ่มการทอผ้า ใช้ใต้ถุนบ้านเป็นโรงทอ

"ช่วงแรกต้องดิ้นรนต่อสู้หาตลาดกว่าจะทำให้ผ้าฝ้ายเป็นที่รู้จัก ต้องพัฒนาสีที่ใช้ย้อมให้สวยงามแปลกตาคงทน รวมทั้งประดิษฐ์ลวดลายให้แปลกใหม่ จนที่สุดได้รับการเชิดชูเป็นศิลปินแห่งชาติ สาขาทัศนศิลป์ (การทอผ้า) ในปี พ.ศ.2529" นางเสาวนีย์กล่าวด้วยความภูมิใจในความเป็นศิลปินของแม่

นางเสาวนีย์ยังกล่าวว่า การทอผ้าฝ้ายทอมือต้องละเอียดและพิถีพิถันทุกขั้นตอน ตั้งแต่การแกะฝ้ายออกจากฝัก ดีดฝ้ายให้เป็นปุย หีบฝ้าย แยกเมล็ดฝ้าย ปั่นให้ออกมาเป็นเส้น เอาเส้นฝ้ายที่ได้มาไปย้อม จนมาขึ้นกี่ แล้วถึงจะลงมือทอออกมาเป็นผืนผ้า จุดเด่นของผ้าฝ้ายทอมืออยู่ที่ลายทอละเอียด และสีย้อมที่ได้มาจากสมุนไพรชนิดต่างๆ เช่น สีดอกคำแสด หรือสีย้อมผ้าที่คิดค้นขึ้นเองไม่มีสูตรตายตัว ไม่มีการชั่งตวงวัดว่าส่วนผสมกี่กรัมถึงจะออกมาเป็นสีใดๆ ใช้ความรู้สึกเช่นเดียวกับลายผ้าที่ไม่มีเฉพาะ แต่ทดลองทำอะไรใหม่ๆ ตลอดเวลา

"แม่แสงดามาเสียชีวิตลงวันที่ 11 มกราคม 2536 ด้วยโรคมะเร็งลำไส้ ในวัย 73 ปี หน่วยงานรัฐที่เคยช่วยเหลือเรื่องการตลาดก็หายไป ลูกหลานและกลุ่มแม่บ้านก็ต้องต่อสู้กันเอง วันนี้จึงรู้สึกดีใจที่รัฐบาลให้ความสนใจกับผ้าฝ้ายของบ้านไร่ไผ่งาม

"สินค้าของเราสู้ต่างประเทศได้ แต่อาจมีราคาแพงหน่อย เริ่มที่ประมาณ 600-1,000 บาท อาทิ ผ้าคลุมไหล่ เสื้อ กระเป๋า เป็นราคาที่ต่ำกว่าผ้าไหมหรือตัดสูทด้วยซ้ำ"

คราวนี้มาดู "ผ้าทอลายผ้าขาวม้า" ของร้านมัชชาดาไหมไทย ตั้งอยู่หมู่ 7 ต.นกออก อ.ปักธงชัย จ.นครราชสีมา



นางอาทิตยา สิริมัชชาดากุล
เจ้าของร้านมัชชาดาไหมไทย กล่าวว่า เอกลักษณ์ของการทอผ้าไหมเมืองปักธงชัยคือ "ผ้าทอลายหางกระรอก" หากนำผ้าทอลายนี้เป็นพื้น แล้วใช้ลายผ้าขาวม้า หรือลายรูปช่องสี่เหลี่ยม (ลายสก๊อต) ควบคู่กัน จะช่วยเพิ่มคุณค่าของผลิตภัณฑ์ได้

"ปัจจุบันในเขตปักธงชัยมีผู้ประกอบการทอผ้าไหมไทยครบวงจร มีศักยภาพผลิตทอผ้าไหมอย่างมีคุณภาพ กว่า 100 ราย ในแต่ละหมู่บ้านยังมีผู้ประกอบรายย่อย ใช้ภูมิปัญญาท้องถิ่นทอผ้าไหมอีกนับพันครัวเรือน กำลังการผลิตน่าจะตอบสนองความต้องการได้อย่างเพียงพอ

"สำหรับวัตถุดิบเส้นไหมรับซื้อจากพื้นที่ใกล้เคียงที่มีการเพาะเลี้ยงไหม กระบวนการผลิตทุกขั้นตอนใช้ฝีมือมนุษย์ทั้งสิ้น ไม่มีเครื่องจักรกล ผ้าทอไหมลายหางกระรอก เป็นผ้าพื้นที่มีลักษณะพิเศษ เรียกชื่อตามผิวสัมผัส ลายที่ปรากฏบนเนื้อผ้าเป็นเส้นฝอยฟู มองดูเหมือนขนอ่อนๆ เหลือบระยับคล้ายกับขนของหางกระรอกแลดูสวยงาม แปลกตา นอกจากนี้ ยังมีความละเอียดอ่อนในคุณภาพเนื้อผ้าที่มีการระบายอากาศที่ดีอีกด้วย" นางอาทิตยากล่าว



ผ้าท้องถิ่นลายสุดท้ายที่กล่าวถึง เป็นผ้าลายลูกแก้ว จาก ต.เกาะยอ อ.เมือง จ.สงขลา เป็นของกลุ่มราชวัตต์ แสงส่องหล้าที่ 1 จัดเป็นกลุ่มทอผ้าเกาะยอรายใหญ่ในพื้นที่

วิชัย มาระเสนา ประธานกลุ่มราชวัตต์ แสงส่องหล้าที่ 1 กล่าวว่า ลายลูกแก้วเป็นลายโบราณในยุคเริ่มต้นของผ้าทอเกาะยอ รองจากลายราชวัตร โดยจะแตกออกเป็นลายย่อยๆ อีกหลายลาย การทอผ้าเกาะยอลายลูกแก้วไม่ได้ยากกว่าลายอื่นๆ ปัจจุบันมีลายใหม่ๆ ของผ้าทอเกาะยอถึง 58 ลาย แต่ถ้าหากเน้นที่จะใช้ลายลูกแก้ว ก็สามารถลงมือทอได้ทันที

วิชัยกล่าวด้วยว่า หลังมีข่าวเรื่องของผ้าลายลูกแก้วออกไป มีเจ้าหน้าที่หลายหน่วยงานเดินทางเข้ามาเลือกซื้อผ้าทอเกาะยอกันจำนวนมาก สนนราคานั้นอยู่ที่หลาละ 280 บาท เท่านั้น

ทั้งนี้ ผ้าทอเกาะยอเป็นผ้าทอด้วยมือ เป็นศิลปหัตถกรรมเก่าแก่ที่มีความเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวของชาวเกาะยอ จะใช้การทอด้วยกี่มือ ชาวเกาะยอเกือบทุกหลังคาเรือนจะมีกี่ทอผ้า ส่วนใหญ่จะทอผ้าเป็นอาชีพเสริม จากนั้นก็จะส่งมาจำหน่ายที่กลุ่ม ใน ต.เกาะยอ มีอยู่หลายกลุ่มเช่นกัน

แน่นอนว่า ผ้าที่ผลิตในท้องถิ่นเหล่านี้ แม้จะมีเพียง 3 ตัวอย่างที่ วธ.หยิบนำมาใช้ตัดเป็นแบบก็ตาม แต่ยังมีผ้าทอท้องถิ่นอีกมากมายที่สมควรได้รับการประกาศเชิดชูขึ้นมาในคราวเดียวกัน

อย่างน้อยช่วยต่อลมหายใจให้ผ้าท้องถิ่นได้สดชื่นกระปรี้กระเปร่าต่อไป