Switch to: uk
26 March 2017 00:01AM

มิกซ์ชุดเก่งพร้อมออกกำลังกายสไตล์สาวสล็อกกี้ บี แอคทีฟ กับ “sloggi Be Active HP”

05 Sep 16 ,  Brand
  • 0
  • star
  • star
  • star
  • star
  • star

สโรชา ซบินเด้นท์ ผู้อำนวยการฝ่ายพาณิชย์ บริษัท ไทรอัมพ์ อินเตอร์เนชั่นแนล (ประเทศไทย) จำกัด ผู้นำเข้าแบรนด์ชุดชั้นในสตรี sloggi (สล็อกกี้) แนะนำสาวๆที่รักการออกกำลังกายได้สนุกไปกับการแต่งตัวมิกซ์ชุดเก่งกับเสื้อชั้นในคอลเลกชัน “sloggi Be Active” (สล็อกกี้ บี แอคทีฟ)

Policy & Regulation
  • เครื่องนุ่งห่มวอนรัฐ 4 ข้อ กู้วิกฤตขีดแข่งขัน

    10 Nov 15 ,  Policy & Regulation
    • 0
    • star
    • star
    • star
    • star
    • star

    ขีดความสามารถในการแข่งขันของอุตสาหกรรมสิ่งทอและเครื่องนุ่งห่มไทย กำลังเผชิญความท้าทายหลากหลายด้านและหลากหลายระดับ ผู้ประกอบการทั้งรายเล็ก รายกลาง และรายใหญ่ ต่างต้องหาแนวทางรับมือความท้าทายทั้งปัจจุบันและอนาคต

  • ส.เครื่องนุ่งห่มวิ่งโร่พบพาณิชย์ หลุด TPP ทุบส่งออกปี′59 เป็น 0%

    29 Oct 15 ,  Policy & Regulation
    • 0
    • star
    • star
    • star
    • star
    • star

    ส่งออกเครื่องนุ่งห่มปี′59 หืดจับ รักษาฐานยอด 0% มูลค่า 2,800 ล้านเหรียญสหรัฐจากเศรษฐกิจชะลอตัว ไทยหลุดขบวนทีพีพี

  • เร่งกู้อุตสาหกรรม"แฟชั่นไทย"ตกพรวด 35 อันดับในระยะ 10 ปี

    29 Jul 15 ,  Policy & Regulation
    • 0
    • star
    • star
    • star
    • star
    • star

    ผลจัดอันดับอุตสาหกรรมแฟชั่นทั่วโลก ตะลึง อันดับไทยตกต่ำอย่างไม่เคยเกิดขึ้น จากอันดับสูง 17 มาอยู่ที่ 52 แค่ระยะ 10 ปี ก.อุตสาหกรรมสั่งระดมสมองปลดล็อกสารพันปัญหา วางเป้าผงาดอีกครั้งปี"60 ชี้ต้านทานเศรษฐกิจหดตัวไม่ไหว หดเป้าส่งออกเหลือ 3% จาก 10%

  • ส.อ.ท. จับมือ 3 องค์กรหลัก ผนึกกำลังเดินหน้ายกระดับ SMEs ขานรับนโยบาย SME : วาระแห่งชาติ อย่างเป็นรูปธรรม

    27 Oct 14 ,  Policy & Regulation
    • 0
    • star
    • star
    • star
    • star
    • star

    สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) ร่วมกับ สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (ธพว.หรือ SME BANK) และบรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม (บสย.) ร่วมประชุมขยายผลนโยบายการให้ SME เป็นวาระแห่งชาติ อย่างเป็นรูปธรรม เมื่อวันจันทร์ที่ 27 ตุลาคม 2557 โดยมี 1. นายศักดิ์ชัย อุ่นจิตติกุล ประธานคณะกรรมการบริหารสถาบันวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมอุตสาหกรรมการผลิต (SMI)  2. นางสาลินี วังตาล ประธานกรรมการธนาคาร SME BANK   3.ดร.วิมลกานต์ โกสุมาศ รักษาการผู้อำนวยการ สสว. 4.นายวัลลภ เตชะไพบูลย์ กรรมการและผู้จัดการทั่วไป บสย. ร่วมกันเปิดเผยว่าสืบเนื่องจากที่ภาคเอกชนโดยสภาอุตสาหกรรมฯ ได้นำเสนอถึงความสำคัญของ SMEs ที่มีต่อระบบเศรษฐกิจของประเทศและปัญหาอุปสรรคของการพัฒนา SMEs ไทย ต่อคณะกรรมการส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม โดยมี ฯพณฯ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีเป็นประธาน รับทราบ และที่ประชุมได้มีมติให้นโยบาย SME เป็นวาระแห่งชาติแล้วนั้น

     

    ดังนั้น หน่วยงานหลักที่มีบทบาทหน้าที่สำคัญในการส่งเสริมและสนับสนุน SME ได้แก่ ส.อ.ท. , สสว. , SME BANK และ บสย. ได้หาแนวทางร่วมกันในการส่งเสริม รวมถึงการลดปัญหาและอุปสรรคต่างๆ ให้กับ SME อีกทั้งเดินหน้ายกระดับ SME พร้อมขยายผลนโยบายการให้ SME เป็นวาระแห่งชาติอย่างเป็นรูปธรรม โดยได้วางกรอบแนวทางการส่งเสริม SME ของไทยออกเป็น 3 ระยะ คือระยะสั้น ระยะกลาง ระยะยาว โดยในเบื้องต้นได้มีแผนงานการส่งเสริม SME ออกมาเป็นรูปธรรมในระยะสั้น โดยได้นำเสนอมาตรการขับเคลื่อน SMEs ระยะเร่งด่วนของ 4 หน่วยงาน ซึ่งเน้นให้ความสำคัญในเรื่องของการลดปัญหาอุปสรรคต่างๆ โดยเฉพาะการเข้าถึงแหล่งเงินทุนที่เป็นปัจจัยสำคัญในการเสริมสภาพคล่องและช่วยให้ SME สามารถพัฒนาขีดความสามารถในการแข่งขันได้ ดังนี้

     

    1) การสนับสนุนทางการเงินให้กับ SME ที่ต้องการสภาพคล่องหรือขยายกิจการ

    1.1 ส.อ.ท.ได้ลงนามความร่วมมือกับสถาบันการเงินทั้งของรัฐและเอกชน อาทิ

    ­ SME Bank โดย ส.อ.ท.จะคัดกรองสมาชิกที่เป็น SME ที่มีความต้องการทางการเงินให้สามารถเข้าสู่ระบบการให้บริการสินเชื่อของ SME Bank โดยเฉพาะโครงการสินเชื่อ 9 เมนูคืนความสุขให้ SMEs  (วงเงิน 19,000 ล้านบาท) ให้มีความสะดวกและรวดเร็วยิ่งขึ้น

     

    นอกจากนี้ยังได้ร่วมมือกับสถาบันการเงินเอกชน คือ ธนาคารไทยพาณิชย์ ในการจัดโปรแกรม SMI Fast Track ให้บริการกับ SME (วงเงิน 16,000 ล้านบาท)  เพื่อเป็นทางเลือกให้กับ SME ให้สามารถเลือกใช้บริการได้อย่างเหมาะสม


    1.2 Policy Loan เป็นแนวทางที่ต้องอาศัยนโยบายภาครัฐในการสนับสนุน โดยจะขอให้หน่วยงานทางภาครัฐที่มีเงินฝากกระจายอยู่ตามสถาบันการเงินต่างๆ นำเงินมาฝากหรือให้กู้กับสถาบันการเงินของรัฐโดยให้อัตราผลตอบแทนที่เหมาะสม เพื่อนำเงินเหล่านั้นมาปล่อยกู้ให้กับ SME ในอัตราดอกเบี้ยที่ไม่สูงนัก เนื่องจากปัจจุบันอัตราดอกเบี้ยในท้องตลาดอยู่ในระดับที่ค่อนข้างสูง ทำให้ SME มีต้นทุนทางการเงินที่สูงขึ้น ทำให้ไม่สามารถแข่งขันกับรายใหญ่หรือต่างประเทศได้ จึงจำเป็นที่จะต้องหาแหล่งเงินทุนที่มีอัตราดอกเบี้ยไม่สูง และให้สถาบันทางการเงินของรัฐผู้บริหารจัดการเพื่อให้เกิดความมั่นใจของเจ้าของแหล่งเงิน และสามารถกำหนดอัตราดอกเบี้ยอย่างเหมาะสมได้

     

    ทั้งนี้  SME ที่จะขอกู้ในโครงการ Policy Loan  ได้นั้นจะต้องเป็น SME ที่ผ่านเกณฑ์การคัดกรองหรือเรียกว่า SME National Champion จากองค์กรที่เป็นหน่วยร่วม เช่น ส.ส.ว. ธพว. บสย. และ/หรือ ส.อ.ท. โดยจะมีการจัดทำเกณฑ์ในการคัดเลือก SME National Champion ร่วมกันเพื่อให้ SME ที่มีศักยภาพ แต่ต้องประสบปัญหาอัตราดอกเบี้ยในท้องตลาดสูง ทำให้ไม่สามารถขยายกิจการหรือสามารถแข่งขันได้ ได้มีโอกาสในเข้าถึงแหล่งเงินต้นทุนต่ำกว่าตลาด เพื่อใช้ในการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันต่อไป

    ซึ่งทั้ง 4 องค์กร คาดหวังว่าการมีเกณฑ์ในการคัดเลือก SME National Champion จะเป็นแรงจูงใจให้ SME เข้าสู่ระบบและปรับปรุง/พัฒนาตนเอง ให้สามารถผ่านเกณฑ์การคัดเลือกให้เป็น SME National Champion เพื่อรับสิทธิประโยชน์ทางการเงินและเข้าสู่กระบวนการ/โครงการ การส่งเสริมพัฒนา SME อื่นๆ ต่อไปในอนาคต และที่สำคัญยังช่วยให้เจ้าของแหล่งเงินทุนมีความมั่นใจในตัวลูกค้าว่ามีคุณภาพอีกด้วย

    ทั้งนี้ โครงการดังกล่าวเป็นโครงการต้นแบบ คาดว่าจะใช้วงเงินประมาณ 1,000 – 2,000 ล้านบาท ซึ่งหากประสบผลสำเร็จก็จะขยายผลในวงกว้างต่อไป โดยในส่วนนี้ SME Bank ซึ่งเป็นสถาบันการเงินของรัฐได้ขานรับและมีความพร้อมในการดำเนินงานหากมีนโยบายมอบหมายลงมา

    1.3 การช่วยเหลือ SME ที่มีนวัตกรรมใหม่ๆ ทั้งด้านผลิตภัณฑ์และซอฟท์แวร์ แต่ไม่สามารถเข้าถึงแหล่งทุนได้เนื่องจากสถาบันการเงินไม่สามารถประเมินมูลค่าของนวัตกรรมเหล่านี้ได้อย่างเหมาะสม ก็เป็นสิ่งที่เกื้อกูลอย่างยิ่งต่อการพัฒนาประเทศ หากรัฐบาลให้การสนับสนุน

     

    1.4 เพิ่มจำนวนผู้ให้กู้ยืมโดยให้ใบอนุญาตกับผู้ที่มิใช่สถาบันการเงินสามารถให้ SME กู้ยืมในลักษณะ Nano หรือ Micro Finance ได้อย่างถูกกฎหมายและมีการกำกับติดตามอัตราดอกเบี้ยให้เป็นธรรม จะช่วยให้ SME มีทางเลือกทางการเงินที่ถูกกฎหมายมากยิ่งขึ้น

     

    1.5 ปรับปรุงเงื่อนไขที่เกี่ยวกับนิติบุคคลร่วมทุน (Venture Capital) ใน พรฎ. ฉบับที่ 396 และอื่นๆ อาทิ การจดทะเบียนกับ ก.ล.ต. สัดส่วนการร่วมทุน เป็นต้น เพื่อเปิดโอกาสให้บริษัทรายอื่นสามารถดาเนินการร่วมลงทุนกับ SMEs ได้ง่ายขึ้น

     

    1.6 ผลักดัน พรบ. หลักประกันทางธุรกิจ  ให้มีผลออกมาเป็นรูปธรรมอย่างชัดเจน เนื่องจาก พ.ร.บ.ดังกล่าวได้มีการร่างไว้นานแล้ว ซึ่งหากสามารถผลักดันให้เป็น พ.ร.บ.และมีผลบังคับใช้ก็จะเป็นอีกทางหนึ่งที่จะช่วยให้ SME สามารถมีหลักประกันทางทรัพย์สินได้หลากหลายขึ้น

     

    1.7 สนับสนุนด้านนโยบายและงบประมาณ เพื่อปรับหลักเกณฑ์การค้ำประกันเงินกู้ (Credit Guarantee) ของ บสย.  และแก้ไขกฎหมายของ บสย. และหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้องให้สามารถให้การค้ำประกันแหล่งทุนของ วิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม ได้ทั่วถึง

     

    2) ปรับปรุง/แก้ไข กฎหมายหรือกฎระเบียบต่างๆ เพื่อให้เอื้อต่อการเข้าถึงแหล่งเงิน

     

    2.1 กำหนดหน้าที่ของแต่ละหน่วยงานอย่างชัดเจน โดยกำหนดเป็น

    - หน่วยงานด้านนโยบาย (Policy Maker)

    - หน่วยปฏิบัติ (Implementer)

    - หน่วยงานสนับสนุน (Support Service Provider)

    2.2 แก้ไขนิยามของ “วิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม” ให้เป็นนิยามเดียวกันทุกหน่วยงานโดยนิยามให้กว้างที่สุด เพื่อความสะดวกในการให้บริการ

    2.3 จัดทำโครงสร้างส่งเสริมผู้ประกอบการตาม Life Cycle (กลุ่ม Pre-Start Up, กลุ่ม Start-up Growth, Go-Global, Turnaround)

    2.4 แก้ไขกฎหมายย่อยของหน่วยงานต่างๆ โดยให้ครอบคลุมถึงวิสาหกิจในรูปแบบใหม่ๆ ที่ยังไม่ได้กำหนดไว้ในกฎหมายฉบับเดิมๆ อาทิ กลุ่มผู้ประกอบการ: สหกรณ์การบริการ กลุ่มเกษตรกรรม กลุ่มวิสาหกิจชุมชน กลุ่มนิติบุคคลที่มีสมาชิกอย่างน้อยกึ่งหนึ่งเป็นวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม


    “จากแนวทางการดำเนินเหล่านี้ทั้ง 4 องค์กร จะนำไปปฏิบัติร่วมกันเพื่อให้เกิดผลอย่างเป็นรูปธรรมโดยเร็ว และในส่วนที่เป็นข้อเสนอเชิงนโยบายจะได้มีการนำเสนอต่อหน่วยงานที่รับผิดชอบ อาทิ คณะกรรมการส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม กระทรวงการคลัง และ รัฐบาลผ่านคณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) และพร้อมเดินหน้าแผนระยะกลาง และระยะยาวในการผลักดันให้เกิดมาตรการในการช่วยเหลือ SME ให้สามารถเข้าถึงแหล่งเงินทุนออกมาเป็นรูปธรรมต่อไป


     

     

     

     

  • ก.อุตฟื้น "กรุงเทพเมืองแฟชั่น" ทุ่ม160ล.บูมจตุจักรยัน"สยาม"

    16 Sep 14 ,  Policy & Regulation
    • 0
    • star
    • star
    • star
    • star
    • star

    กระทรวงอุตสาหกรรมเตรียมฟื้นชีพ "กรุงเทพฯเมืองแฟชั่น" ทุ่ม 160 ล้านบาทเปิดถนน 5 ย่านการค้า หวังไทยเป็นศูนย์กลางแฟชั่นแห่งอาเซียน ขณะที่กระทรวงพาณิชย์ทุ่ม 9 ล้านขึ้นโครงการ Fashion Lifestyle Product and Brand Development พัฒนาผู้ประกอบการ โชว์ในงาน Biff&Bil 2015 เดือน มี.ค. 58 วงการแฟชั่นร้องรัฐเร่งบูรณาการโครงการซ้ำซ้อน "กระทรวงอุตสาหกรรม-พาณิชย์"

  • SME Bank เปิด“สินเชื่อ 9 เมนูคืนความสุข SMEs” วงเงิน 19,000 ล้าน

    10 Sep 14 ,  Policy & Regulation
    • 0
    • star
    • star
    • star
    • star
    • star

    วันที่ 9 กันยายน 2557 ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (เอสเอ็มอีแบงก์) จัดงานเปิดตัวสินเชื่อช่วยผู้ประกอบการ SMEs ในงาน “สินเชื่อ 9 เมนูคืนความสุข SMEs” โดยมี นางสาลินี วังตาล ประธานกรรมการ เอสเอ็มอีแบงก์ กล่าวปาฐกถา “นโยบาย SME Bank ต่อการช่วยเหลือผู้ประกอบการ SMEs เพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทย” นอกจากนี้มีกรรมการและผู้บริหารธนาคาร ตลอดจนหน่วยงานพันธมิตร 28 หน่วยงาน เข้าร่วมผนึกกำลังในงานนี้ เพื่อเป็นส่วนหนึ่งของการขับเคลื่อนความช่วยเหลือด้านเงินทุนจากเอสเอ็มอีแบงก์ สู่ผู้ประกอบการ SMEs ไทย

  • สภาอุตสาหกรรมฯ เปิดตัวโครงการนักอุตสาหกรรมรุ่นใหม่

    03 Sep 14 ,  Policy & Regulation
    • 0
    • star
    • star
    • star
    • star
    • star

    ดึงกูรูจากองค์กรชั้นนำทั่วประเทศถ่ายทอดประสบการณ์แบบไม่อั้น

  • ไทยพาณิชย์ ผนึกกำลัง ส.อ.ท. สนับสนุนสินเชื่อเอสเอ็มอีกว่า 16,000 ล้านบาท

    02 Sep 14 ,  Policy & Regulation
    • 0
    • star
    • star
    • star
    • star
    • star

    ฟื้นฟูศักยภาพผู้ประกอบการและกระตุ้นเศรษฐกิจของประเทศ

     


    ธนาคารไทยพาณิชย์ จับมือ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) ในการช่วยเหลือเยียวยาผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบจากเศรษฐกิจชะลอตัวในช่วงครึ่งปีแรก พร้อมส่งเสริมการพัฒนาศักยภาพผู้ประกอบการเอสเอ็มอีภาคอุตสาหกรรมผ่านการลงนามความร่วมมือโครงการ “ยกระดับขีดความสามารถของผู้ประกอบการเอสเอ็มอีภาคอุตสาหกรรม ปี 2557 – 2559” เพื่อสนับสนุนทางด้านการเงินกว่า 16,000 ล้านบาท พร้อมส่งเสริมองค์ความรู้ทางด้านวิชาการ เพื่อช่วยเหลือให้ผู้ประกอบการฟื้นฟูความสามารถในการผลิต ให้กลับมาแข่งขันได้อย่างมีศักยภาพ อีกทั้งเพื่อเป็นอีกหนึ่งทางออกให้ผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบสามารถรับมือสภาวะวิกฤตเศรษฐกิจในปัจจุบันได้อย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมเติบโตได้อย่างเข้มแข็งและยั่งยืน

     

    FTIScbWeb

     

    นางกรรณิกา ชลิตอาภรณ์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารไทยพาณิชย์ เปิดเผยว่า “ธนาคารไทยพาณิชย์ และ ส.อ.ท. ซึ่งเป็นพันธมิตรที่ร่วมสนับสนุนผู้ประกอบการเอสเอ็มอีไทย เล็งเห็นว่านับจากครึ่งปีหลังนี้เป็นต้นไป กำลังก้าวสู่การเตรียมพร้อมสร้างโอกาสทางธุรกิจของภาคธุรกิจเอสเอ็มอี บรรยากาศทางการเมือง เศรษฐกิจและการค้าแสดงไปในทิศทางที่ดีขึ้น ความมั่นใจของผู้บริโภคเริ่มกลับมาสู่ภาวะปกติ ความร่วมมือในโครงการ “ยกระดับขีดความสามารถของผู้ประกอบการเอสเอ็มอีภาคอุตสาหกรรม ปี 2557-2559” ระหว่างธนาคารและ ส.อ.ท. เพื่อช่วยเหลือผู้ประกอบการเอสเอ็มอีที่ได้รับผลกระทบจากการชะลอตัวของเศรษฐกิจในช่วงครึ่งปีแรกให้แก่เครือข่ายสมาชิกของส.อ.ท. ที่มีอยู่มากกว่า 8,000  ราย ใน 12 คลัสเตอร์อุตสาหกรรม ในส่วนของธนาคารจะให้สนับสนุนทางด้านการเงินและสิทธิพิเศษแก่สมาชิกส.อ.ท. เป็นจำนวนเงินรวมกว่า 16,000 ล้านบาท พร้อมสิทธิพิเศษเกี่ยวกับบริการทางการเงินที่จะช่วยเพิ่มศักยภาพในการแข่งขันให้กับผู้ประกอบการ รวมถึงการเสริมความรู้ให้ผู้ประกอบการภาคอุตสาหกรรม ผ่านทางการอบรมเชิงปฎิบัติการพัฒนาอุตสาหกรรม โครงการสัมมนาเพื่อให้ความรู้ต่างๆ พร้อมด้วยการสนับสนุนการตลาดและช่องทางการจัดจำหน่ายผ่านทางโครงการ SCB-FTI Factory Outlet อีกทั้งการสนับสนุนด้านวิชาการผ่านทางโครงการพิเศษด้านความร่วมมือทางวิชาการในการแลกเปลี่ยนและวิเคราะห์ข้อมูลร่วมกันระหว่างศูนย์วิจัยเศรษฐกิจและธุรกิจ ธนาคารไทยพาณิชย์ และ ส.อ.ท. เพื่อเจาะลึกอุตสาหกรรมรายภูมิภาคและนำเสนอให้กับผู้ประกอบการอุตสาหกรรมทั่วประเทศ”


    นายสุพันธุ์ มงคลสุธี ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย กล่าวว่า ด้วยพันธกิจของสภา-อุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย ที่มุ่งเสริมสร้างศักยภาพ หาลู่ทาง สร้างโอกาส ให้ทุกอุตสาหกรรมของประเทศ รวมถึง SMEs ให้สามารถแข่งขันได้ในระดับภูมิภาคและสากล การลงนามความร่วมมือโครงการ “ยกระดับขีดความสามารถของผู้ประกอบการเอสเอ็มอีภาคอุตสาหกรรม ปี 2557 – 2559” ระหว่างสภาอุตสาหกรรมฯ และธนาคารไทยพาณิชย์ จึงมีการขับเคลื่อนอย่างต่อเนื่อง โดยยังคงได้รับความร่วมมืออย่างดีจากธนาคารไทยพาณิชย์พันธมิตรที่ใกล้ชิดและร่วมกันดำเนินกิจกรรมต่างๆ เพื่อประโยชน์ต่อสมาชิกของสภาอุตสาหกรรมฯ และต่อเศรษฐกิจของประเทศ มาโดยตลอด สำหรับโครงการยกระดับขีดความสามารถของผู้ประกอบการภาคอุตสาหกรรม ปี 2557 – 2559 ถือได้ว่าเป็นโครงการสนับสนุนด้านวิชาการและบริการทางการเงินครบวงจรให้แก่ผู้ประกอบการ SMEs โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อช่วยเหลือให้ผู้ประกอบการ มีขีดความสามารถในการผลิตและการแข่งขันทั้งระดับประเทศและระดับนานาชาติเพิ่มมากขึ้นและเป็นไปอย่างยั่งยืน อีกทั้งเพื่อให้ผู้ประกอบการสามารถปรับตัวพร้อมรับมือกับสภาวะวิกฤตเศรษฐกิจในปัจจุบันได้


    “ปัจจุบันสภาอุตสาหกรรมฯ มีจำนวนสมาชิกกว่าร้อยละ 85 ที่เป็นผู้ประกอบการ SMEs โดยปัจจุบัน สภาอุตสาหกรรมฯ ได้มีการเดินหน้าผลักดันข้อเสนอต่างๆ เพื่อการพัฒนาศักยภาพ SMEs ไทย ให้เกิดความยั่งยืน โดยได้ให้ความสำคัญและดำเนินการดูแล ผลักดันเพื่อการพัฒนา SMEs 5 เรื่อง ประกอบด้วย 1.ปรับปรุงกลไกการส่งเสริม SMEs 2.ปรับปรุงแก้ไขกฎระเบียบที่เป็นอุปสรรคต่อการพัฒนา SMEs 3.ส่งเสริมให้ SMEs สามารถเข้าถึงแหล่งเงิน 4.พัฒนามาตรฐานผลิตภัณฑ์และเพิ่มผลิตภาพของธุรกิจ และ 5.สร้างโอกาสและเพิ่มช่องทางการตลาดให้แก่ SMEs อย่างไรก็ตาม ความร่วมมือระหว่างสภาอุตสาหกรรมฯ และธนาคารไทยพาณิชย์ ในการยกระดับขีดความสามารถของผู้ประกอบการเอสเอ็มอีภาคอุตสาหกรรม ปี 2557 – 2559 นี้นั้น ทางสภาอุตสาหกรรมฯ จะขยายขอบเขตการทำงานร่วมกันกับธนาคารไทยพาณิชย์ให้ครอบคลุม และทั่วถึงมากยิ่งขึ้น

     

    ทั้งในส่วนผู้ประกอบการในรายอุตสาหกรรม (Sector base) ผู้ประกอบการในรายพื้นที่ (Area base) กลุ่มผู้ประกอบการ SMEs และภาพรวมของเศรษฐกิจภาคอุตสาหกรรม โดยเฉพาะในเชิงวิชาการ ที่สภาอุตสาหกรรมฯ พร้อมให้ความร่วมมือในการสนับสนุนด้านอุตสาหกรรม กับศูนย์วิจัยเศรษฐกิจและธุรกิจ ธนาคารไทยพาณิชย์ เพื่อประกอบการวิเคราะห์ภาวะอุตสาหกรรม ในมิติต่างๆ พร้อมทั้งข้อเสนอแนะที่จะก่อให้เกิดประโยชน์กับภาคอุตสาหกรรม รวมทั้งการมีส่วนร่วมในการจัดกิจกรรมเชิงวิชาการให้กับสมาชิกสภาอุตสาหกรรมฯ นำไปปรับปรุงการดำเนินกิจการให้มีขีดความสามารถเพิ่มขึ้น เพื่อรองรับการเป็นประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนในปี 2558 โดยหวังว่าความร่วมมือระหว่าง 2 องค์กรในครั้งนี้จะยังคงเป็นกลไกสำคัญหนึ่งที่จะช่วยนำพา SMEs ไทย เติบโตอย่างเข้มแข็งและยั่งยืนได้” นายสุพันธุ์ กล่าว

     

  • 8 องค์กร ภาครัฐ เอกชน จับมือร่วมลงนาม ส่งเสริม ช่างนอกกรอบ ด้านเทคโนโลยีการสื่อสารและสารสนเทศ

    30 Jul 14 ,  Policy & Regulation
    • 0
    • star
    • star
    • star
    • star
    • star

    สถาบันเสริมสร้างขีดความสามารถมนุษย์ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) ร่วมกับ บริษัท ซินเน็ค (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) สำนักงานคณะกรรมการอาชีวศึกษา บริษัท เอซุสเทค คอมพิวเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด บริษัท ไมโครซอฟท์ (ประเทศไทย) จำกัด บริษัท อินเทล ไมโครอิเล็กทรอนิกส์ (ประเทศไทย) จำกัด บริษัท ซีเกทเทคโนโลยี (ประเทศไทย) จำกัด บริษัท เวสเทิร์น ดิจิตอล (ประเทศไทย) จำกัด จัดพิธีลงนามบันทึกความเข้าใจว่าด้วยความร่วมมือในโครงการช่างนอกกรอบ เมื่อวันพุธที่ 30 กรกฎาคม 2557

  • ปลัดฯ คนใหม่เน้นโปร่งใสกู้ภาพลักษณ์กระทรวงพาณิชย์

    10 Jul 14 ,  Policy & Regulation
    • 0
    • star
    • star
    • star
    • star
    • star

    นางสาวชุติมา บุณยประภัศร ​​​​ปลัดกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า พร้อมทำงานตามที่ได้รับมอบหมายจากคณะรักษาความสงบแห่งชาติ หรือ คสช. ใน 4 นโยบาย คือ การดูแลเรื่องปากท้องของประชาชน การกระตุ้นเศรษฐกิจ สร้างความปรองดอง และปรับระบบงานราชการให้มีประสิทธิภาพ โดยมอบหมายให้ข้าราชการทำงานด้วยความโปร่งใส เพื่อฟื้นฟูภาพลักษณ์ที่ดีของกระทรวงพาณิชย์ให้กลับคืนมาอีกครั้ง รวมทั้งจะแก้ไขกฎระเบียบต่าง ๆ ที่เป็นอุปสรรคต่อการดำเนินธุรกิจของภาคเอกชน เพื่อรองรับการกระตุ้นเศรษฐกิจภายในประเทศให้สามารถประคองตัวได้ในภาวะเศรษฐกิจโลกที่ยังฟื้นตัวไม่เต็มที่