Switch to: uk
26 March 2017 21:28PM

ก.อุตฟื้น "กรุงเทพเมืองแฟชั่น" ทุ่ม160ล.บูมจตุจักรยัน"สยาม"

16 Sep 14 ,  ประชาชาติธุรกิจ
  • 0

กระทรวงอุตสาหกรรมเตรียมฟื้นชีพ "กรุงเทพฯเมืองแฟชั่น" ทุ่ม 160 ล้านบาทเปิดถนน 5 ย่านการค้า หวังไทยเป็นศูนย์กลางแฟชั่นแห่งอาเซียน ขณะที่กระทรวงพาณิชย์ทุ่ม 9 ล้านขึ้นโครงการ Fashion Lifestyle Product and Brand Development พัฒนาผู้ประกอบการ โชว์ในงาน Biff&Bil 2015 เดือน มี.ค. 58 วงการแฟชั่นร้องรัฐเร่งบูรณาการโครงการซ้ำซ้อน "กระทรวงอุตสาหกรรม-พาณิชย์"

 

 

นางอรรชกา สีบุญเรือง อธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม (กสอ.) เปิดเผยว่า กสอ.ได้วางแนวทางผลักดันให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางแฟชั่นแห่งอาเซียน โดยมีกรอบการทำงานที่สำคัญคือ 1.การพัฒนาบุคลากร 2.การพัฒนาฝีมือแรงงาน และ 3.การสร้างปัจจัยเอื้อที่จะทำให้เกิดการรับรู้และเข้าถึงสถานการณ์เมือง แฟชั่น โดยจะมุ่งพัฒนในอุตสาหกรรมแฟชั่นต่าง ๆ เช่น สิ่งทอและเครื่องนุ่งห่ม รองเท้าและเครื่องหนัง อัญมณีและเครื่องประดับอย่างต่อเนื่อง 


สำหรับโครงการล่าสุดคือ "บางกอก แฟชั่น อเวนิว" โดยร่วมกับนิตยสารแฟชั่นชั้นนำระดับโลก 3 เล่ม คือ แอล, แมรี แคลร์ และแอล เมน เพื่อเปิดถนนสายสำคัญที่เป็นศูนย์รวมแหล่งซื้อขายแฟชั่นและเครื่องประดับ 5 แห่งทั่วกรุงเทพฯ ได้แก่ จตุจักร บางลำพู ประตูน้ำ สุขุมวิท และสยามมีการจัดสัมมนาให้ความรู้ สร้างจุดขาย เน้นการดึงจุดเด่นและสร้างเอกลักษณ์ที่โดดเด่นของแต่ละย่านการค้า เพื่อให้คนต่างชาติรู้จัก รับรู้ข่าวสาร และการเข้าถึงสินค้าแต่ละประเภทผ่าน 5 เครือข่ายจาก 5 ย่านการค้าแฟชั่นที่สำคัญปีหน้าอุตสาหกรรมเครื่องนุ่งห่มมีการแข่งขันรุนแรง ขึ้น กสอ.จะเข้าไปช่วยปรับปรุงกระบวนการผลิตให้ผู้ประกอบการขนาดเล็ก ผลักดันให้เกิดความร่วมมือกับรายใหญ่พัฒนา และอบรมสร้างนักออกแบบรุ่นใหม่ จัดกิจกรรมประกวดส่งเสริมให้กรุงเทพฯเป็นศูนย์กลางแฟชั่น ขยายการจัดงานไปสู่ต่างจังหวัด กระตุ้นให้เกิดพัฒนารูปแบบสินค้าใหม่ ๆ

นายวิฤทธิ์ วิเศษสินธุ์ ผู้อำนวยการส่วนเสริมสร้างผู้ประกอบการใหม่ สำนักพัฒนาผู้ประกอบการ กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม (กสอ.) เปิดเผยว่า ปีงบประมาณ 2557 ได้รับงบประมาณ 160 ล้านบาท โครงการหลัก ได้แก่ 1.การสร้างความรู้ด้านเทรนด์แฟชั่นแก่บุคลากร 1,500 ราย 2.พัฒนนักออกแบบรุ่นใหม่ 200 ราย 3.จ้างที่ปรึกษาเพื่อส่งเสริมองค์ความรู้ในกิจการต่าง ๆ ด้านแฟชั่นกว่า 225 โครงการ 4.พัฒนบุคลากรของโรงงานประมาณ 600 ราย นอกจากนี้ มีโครงการต่าง ๆ ที่ร่วมมือกับหน่วยงานที่ส่งเสริมอุตสาหกรรมด้านแฟชั่นอาทิ สถาบันสิ่งทอ ผู้ประกอบการด้านอัญมณี เครื่องหนัง และเครื่องนุ่งห่ม เป็นต้น 


"ปี แรก ๆ ที่ทำโครงการ อยากฟื้นเรื่องภาพลักษณ์และความเชื่อมั่นกลับมา ที่ผ่านมานักท่องเที่ยวจะนึกถึงของฝากที่เป็นหัตถกรรม เราอยากสร้างภาพลักษณ์ใหม่ ๆ ด้านแฟชั่นเข้าไปแทน ในอดีตโครงการกรุงเทพฯเมืองแฟชั่น ต้องยอมรับว่าได้งบฯมาเป็นพันล้าน การควบคุมทำยากแต่ตอนนี้ได้งบฯ 160 ล้านต่อปี ต้องส่งเสริมให้เกิดประสิทธิภาพในกรอบนี้ ภายหลังสร้างภาพลักษณ์ที่น่าสนใจ จะขยายสู่การให้ความรู้เฉพาะแก่นักออกแบบ เพื่อพัฒนาแบรนดิ้งให้ติดตลาดโลก คาดว่าจะเกิประสิทธิผลชัดเจนในปี 2559"


รายงานข่าวจากกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า ในปี 2558 มีโครงการลักษณะใกล้เคียงกัน โดยกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (สค.) ได้ร่วมกับสมาคมอุตสาหกรรมเครื่องนุ่งห่มไทย และมูลนิธิพัฒนาอุตสาหกรรมเครื่องนุ่งห่มไทย จัดโครงการ Fashion Lifestyle Product and Brand Development ใช้งบประมาณ 8-9 ล้านบาท พัฒนาศักยภาพผู้ประกอบการ สร้างองค์ความรู้ในการออกแบบและสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ โครงการนี้คัดเลือกผู้ประกอบการ 50 รายเข้าอบรม เพื่อสร้างสรรค์ผลงานต้นแบบหรือแบรนด์สินค้า โดยผลงานที่ได้รับการคัดเลือกจะได้เข้าแสดงในงาน Biff&Bil 2015 ในเดือนมีนาคมปี 2558

 

นายพงษ์ศักดิ์ อัสสกุล ประธานกลุ่มอุตสาหกรรมสิ่งทอ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เปิดเผยว่า ยอมรับว่าการแสดงแฟชั่นของหน่วยงานภาครัฐไม่ว่าจะเป็น Biff and Bill หรือการแสดง Street Fashion ส่วนใหญ่จะเน้นสร้างภาพลักษณ์ที่ดี แต่ในเรื่องของการส่งออกยังเกิดผลเป็นรูปธรรมน้อย ดังนั้น อยากให้มีการบูรณาการกันมากกว่าที่เคยเกิดขึ้น และหากจะผลักดันรื่องแฟชั่นต้องทำต่อเนื่องและผลักดันเรื่องส่งออกมากขึ้น ด้วยและต้องมีการบูรณาการตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำ ปลายน้ำ สำหรับมูลค่าการส่งออกสิ่งทอครึ่งปีแรกลดลงเมื่อเทียบกับปีก่อนแต่คาดว่า ครึ่งปีหลังจะปรับตัวดีขึ้น ส่วนปีหน้ายังต้องประเมินจากหลาย ๆ ปัจจัยที่จะเข้ามา