Switch to: uk
26 March 2017 21:28PM

จีน-ญี่ปุ่น-เกาหลีใต้เดินหน้า FTA

26 May 11 ,  ฐานเศรษฐกิจ
  • 0

ข้อตกลงการค้าเสรีระหว่างจีน ญี่ปุ่น และเกาหลีใต้ ขยับเข้าใกล้ความเป็นจริงมากขึ้นเมื่อผู้นำรัฐบาลของ 3 ประเทศดังกล่าวได้พบปะหารือกันเป็นครั้งแรกหลังจากที่ญี่ปุ่นต้องประสบกับวิกฤติภัยธรรมชาติครั้งใหญ่เมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมา และมีมติร่วมกันมอบหมายให้คณะทำงานซึ่งประกอบด้วยตัวแทนของอุตสาหกรรมแขนงต่างๆ ไปศึกษารายละเอียดร่วมกันเกี่ยวกับเขตการค้าเสรีไตรภาคี (trilateral FTA)โดยกำหนดให้การศึกษาชิ้นนี้แล้วเสร็จภายในสิ้นปี 2554 นี้


 ก่อนหน้าการประชุมระดับผู้นำไตรภาคีซึ่งมีขึ้นที่กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่นในช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา การเจรจาเพื่อเพิ่มความร่วมมืออันจะนำไปสู่การจัดทำเขตการค้าเสรีจีน-ญี่ปุ่น-เกาหลีใต้ต้องพบกับอุปสรรคทำให้ไม่คืบหน้ามากนักเพราะถูกประเด็นอื่นเข้ามากลบความสำคัญ ไม่ว่าจะเป็นกรณีพิพาทเกี่ยวกับพื้นที่ทับซ้อนทางทะเลที่แต่ละฝ่ายต่างก็อ้างอธิปไตยเหนือดินแดน กรณีการส่งออกแร่ธาตุที่หายาก กรณีการห้ามนำเข้าอาหารทะเลจากญี่ปุ่น รวมทั้งกรณีวิกฤตินิวเคลียร์รั่วไหลในญี่ปุ่นซึ่งกลายเป็นประเด็นเร่งด่วนสำหรับรัฐบาลญี่ปุ่นในขณะนี้ แต่เมื่อผู้นำทั้ง 3 ประเทศมีมติมอบหมายงานให้คณะทำงานไปศึกษารายละเอียดการจัดตั้งเอฟทีเอ 3 ฝ่ายหลังการประชุมครั้งล่าสุด ก็เท่ากับเป็นการส่งสัญญาณว่า ทั้ง 3 ประเทศพร้อมแล้วที่จะเพิ่มความร่วมมือทางเศรษฐกิจในระดับที่ใกล้ชิดกันมากยิ่งขึ้น


 นายนาโอโตะ คัง นายกรัฐมนตรีญี่ปุ่น นายเหวิน เจียเป่า นายกรัฐมนตรีจีน และนายลี มยุง-บัก ประธานาธิบดีเกาหลีใต้ เปิดเผยหลังการประชุมว่า ทุกฝ่ายต่างต้องการผลักดันการเจรจาเพื่อนำไปสู่การบรรลุข้อตกลงเอฟทีเอ เพราะต่างมีเป้าหมายร่วมกันที่จะเสริมสร้างความร่วมมือที่จะก่อให้เกิดพลวัตทางเศรษฐกิจและการเติบโตของภูมิภาคเอเชีย "ผู้นำ 3 ฝ่ายตกลงที่จะกำหนดให้การศึกษาร่วมกันระหว่างผู้แทนของภาคอุตสาหกรรม เจ้าหน้าที่ภาครัฐ และนักวิชาการเกี่ยวกับข้อตกลงการค้าเสรีญี่ปุ่น-จีน-เกาหลีใต้ สรุปผลออกมาภายในปี 2554 นี้" ส่วนหนึ่งของแถลงการณ์ร่วมระบุ


 ขนาดเศรษฐกิจของจีน ญี่ปุ่น และเกาหลีใต้ รวมกันนั้นเทียบเท่ากับประมาณ 20 % ของขนาดเศรษฐกิจโลกโดยรวม ข้อเท็จจริงดังกล่าวทำภาคธุรกิจของทั้ง 3 ฝ่ายพยายามล็อบบี้ให้ภาครัฐเร่งมือเจรจาเพื่อทำให้ข้อตกลงเขตการค้าเสรีเป็นจริงขึ้นมาโดยเร็วที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ สภาธุรกิจของทั้ง 3 ประเทศยังเปิดเผยด้วยว่า จะร่วมมือกันช่วยฟื้นฟูภาคอุตสาหกรรมและพัฒนาพื้นที่ที่ประสบเหตุแผ่นดินไหวและคลื่นยักษ์สึนามิในญี่ปุ่น


 นายลี มยุง-บัก ผู้นำเกาหลีใต้เปิดเผยว่า เขาเชื่อว่ากระบวนการเจรจาเพื่อนำไปสู่ข้อตกลงเอฟทีเอ 3  ฝ่ายจะเร็วขึ้นกว่าที่เคยเป็นมา ขณะที่นายเหวิน เจียเป่า ผู้นำจีนแสดงความคาดหวังว่า การเจรจาเอฟทีเออย่างเป็นทางการของทั้ง 3 ฝ่ายน่าจะเริ่มขึ้นได้ในปีหน้า (2555)


 นอกจากนี้ ผู้นำทั้ง 3 ประเทศยังเห็นพ้องที่จะร่วมมือกันในด้านความปลอดภัยจากนิวเคลียร์และการเตรียมตัวเพื่อรับมือกับภัยพิบัติ แต่ขณะเดียวกัน ก็ยอมรับถึงความสำคัญของการผลิตกระแสไฟฟ้าด้วยพลังนิวเคลียร์ โดยจีนและเกาหลีใต้ระบุว่า จะเรียนรู้จากบทเรียนของญี่ปุ่น และสนับสนุนให้มีการหาวิธีแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสารกันอย่างรวดเร็วยิ่งขึ้นรวมทั้งการวิเคราะห์กระแสลมในยามที่เกิดอุบัติภัยนิวเคลียร์ขึ้นแล้ว    
 

 ทั้งนี้นับตั้งแต่ที่เกิดอุบัติภัยนิวเคลียร์ขึ้นที่ญี่ปุ่นในเดือนมีนาคมที่ผ่านมา จีนได้เพิ่มความเข้มงวดและระงับการนำเข้าสินค้าเกษตรบางรายการจากญี่ปุ่นเนื่องจากหวั่นจะมีการปนเปื้อนกัมมันตภาพรังสี แต่ภายหลังการประชุมระดับผู้นำเมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา จีนก็ยินยอมที่จะผ่อนคลายความเข้มงวดให้กับสินค้าจากญี่ปุ่น โดยยอมลดการห้ามนำเข้าสินค้าประเภทอาหารจาก 12 จังหวัดของญี่ปุ่น เหลือห้ามเพียง 10 จังหวัด และยอมยกเลิกเงื่อนไขการขอตรวจสอบใบรับรองการตรวจสารกัมมันตภาพรังสีสินค้าบางรายการของญี่ปุ่น อย่างไรก็ตามสำหรับสินค้าประเภทผักผลไม้ ผลิตภัณฑ์นมเนย และผลิตภัณฑ์ประมงจากญี่ปุ่น จีนยังคงขอให้แนบใบรับรองว่าไม่มีการตรวจพบสารกัมมันตภาพรังสีปนเปื้อนเช่นเคย