Switch to: uk
26 March 2017 21:28PM

ญี่ปุ่น-อียูเล็งเปิดเจรจา FTA

02 Jun 11 ,  ฐานเศรษฐกิจ
  • 0

ญี่ปุ่นและสหภาพยุโรป (อียู) เห็นชอบร่วมกันที่จะศึกษาการทำข้อตกลงการค้าเสรีระหว่างทั้งสองฝ่าย ซึ่งญี่ปุ่นมองว่ามีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการส่งออกไปยังคู่ค้าอันดับ 3 ของประเทศ อย่างไรก็ดี ผู้นำทั้งสองฝ่ายยังไม่มีการเปิดเจรจากันอย่างเป็นทางการ

 

 นายเฮอร์มัน ฟาน รอมปุย ประธานสหภาพยุโรป เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวหลังการประชุมสุดยอดร่วมกับนายกรัฐมนตรีญี่ปุ่นเมื่อช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมาว่า แม้หนทางของการทำข้อตกลงการค้าเสรีกับญี่ปุ่นยังอีกยาวไกล แต่ในเวลานี้มีวัตถุประสงค์ที่ชัดเจนแล้ว "บางคนอาจมองว่าเรายังเดินหน้าไปไม่มากพอ แต่ผมคิดว่าเราไม่ควรประเมินความหมายทางการเมืองของการตัดสินใจของเราต่ำเกินไป"


 นายฟาน รอมปุย กล่าวเสริมว่า ผลกระทบทางเศรษฐกิจและการเมืองที่อาจเกิดขึ้นตามมาหากมีการบรรลุข้อตกลงร่วมกัน มีความสำคัญในเรื่องของการจ้างงาน การเติบโตทางเศรษฐกิจ และอนาคตร่วมกันของทั้งสองฝ่าย โดยก่อนหน้าที่จะทำการตกลงกัน จะต้องมีการดำเนินกระบวนการเบื้องต้นเพื่อกำหนดขอบเขตและตัวแปรของการเจรจาด้านการค้าเสียก่อน


 ในส่วนของญี่ปุ่น แถลงการณ์ร่วมจากการประชุมระบุว่า นายนาโอโตะ คัง นายกรัฐมนตรี เห็นชอบกับนายฟาน รอมปุย และนายโฮเซ่ มานูเอล บาร์โรโซ ประธานคณะกรรมาธิการยุโรป ให้เริ่มต้นกระบวนการเจรจาเรื่องข้อตกลงการค้าเสรีระหว่างกัน ซึ่งกระบวนการดังกล่าวรวมถึงการร่วมหารือเพื่อตัดสินใจว่าข้อตกลงจะครอบคลุมสินค้าประเภทใดบ้าง


 เดอะ วอลล์ สตรีต เจอร์นัล รายงานว่า ญี่ปุ่นต้องการที่จะเดินหน้าทำข้อตกลงกับอียู หลังจากที่เกาหลีใต้บรรลุข้อตกลงไปแล้วก่อนหน้านี้ ข้อตกลงการค้าเสรีระหว่างเกาหลีใต้และอียูจะเริ่มมีผลบังคับใช้ในเดือนกรกฎาคมที่จะถึงนี้ และนักธุรกิจญี่ปุ่นพยายามบีบให้รัฐบาลทำข้อตกลงในลักษณะเดียวกันบ้างเพื่อไม่ให้ตามหลังคู่แข่งอย่างเกาหลีใต้


 ปัจจุบันอียูเก็บภาษีนำเข้ารถยนต์และโทรทัศน์จอแบน ซึ่งเป็นสินค้าส่งออกสำคัญของญี่ปุ่นไปยังภูมิภาคยุโรป อีกทั้งยังเป็นสินค้าประเภทที่บริษัทผู้ผลิตสัญชาติญี่ปุ่นแข่งขันกับผู้ผลิตจากเกาหลีใต้ในตลาดโลกด้วย


 สำหรับญี่ปุ่น ความพยายามในการกระตุ้นเศรษฐกิจที่มีการส่งออกเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญมีความเร่งด่วนมากยิ่งขึ้น หลังจากประเทศประสบกับเหตุการณ์แผ่นดินไหวครั้งรุนแรงเมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมา จนทำให้กระบวนการผลิตต้องหยุดชะงัก ดุลการค้าในเดือนเมษายนติดลบ และเศรษฐกิจของประเทศต้องตกอยู่ในสภาวะถดถอย


 ผู้แทนของญี่ปุ่นแสดงความมั่นใจว่าจะสามารถบรรลุข้อตกลงในบางรูปแบบกับอียูได้ อย่างไรก็ดี เจ้าหน้าที่ทางการส่วนหนึ่งกล่าวเตือนว่า การบรรลุข้อตกลงอาจจะไม่เกิดขึ้นได้ง่ายนัก เนื่องจากอียูขาดดุลการค้ากับญี่ปุ่นอยู่


 นายบาร์โรโซกล่าวว่า ขั้นตอนการกำหนดขอบเขตจะช่วยให้ระดับของความคาดหวังในการเจรจาชัดเจนขึ้น และระบุประเด็นที่เป็นข้อกังวล "เรากำลังพูดถึงญี่ปุ่น หนึ่งในตลาดที่ใหญ่ที่สุดในโลก ฉะนั้นการตกลงล้มเหลวไม่ได้" พร้อมกับกล่าวเสริมว่า ข้อตกลงการค้าเสรีจะเป็นประโยชน์กับทั้งญี่ปุ่นและอียู และน่าจะช่วยแก้ปัญหาความกังวลใจต่างๆ อาทิ ข้อกำหนดการจัดซื้อของภาครัฐ และการกีดกันการลงทุนของบริษัทยุโรป


 อียูได้พยายามเรียกร้องให้ญี่ปุ่นยกเลิกมาตรการกีดกันที่ไม่ใช่ภาษี และเพิ่มการจัดซื้อของภาครัฐ ซึ่งนายคังได้มอบหมายให้สมาชิกในคณะรัฐบาลของเขาหารือกันในเรื่องดังกล่าวก่อนจะออกเดินทางไปประชุมที่ยุโรป "ผมเชื่อว่าด้วยความพยายามในเรื่องนี้ เราจะสามารถบรรลุข้อตกลงสุดท้ายที่จะมีความหมายกับเราอย่างยิ่ง" นายคังกล่าวภายหลังการประชุม


 เศรษฐกิจญี่ปุ่นในช่วงไตรมาสแรกของปี 2554 หดตัวลงด้วยอัตรา 3.7% ต่อปี และเข้าสู่ภาวะถดถอยจากผลพวงของแผ่นดินไหวที่ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจภายในประเทศ ซึ่งรวมถึงการใช้จ่ายของผู้บริโภคและการผลิตในภาคอุตสาหกรรม เจ้าหน้าที่ทางการญี่ปุ่นเน้นย้ำถึงความสำคัญของข้อตกลงการค้าเสรีกับอียู โดยกล่าวว่ามติจากการประชุมในช่วงสุดสัปดาห์เป็นการส่งสัญญาณว่าญี่ปุ่นมีความคิดเห็นที่เปลี่ยนแปลงไปต่อข้อตกลงการค้าเสรี