Switch to: uk
26 March 2017 21:29PM

ธุรกิจอียูเปิดศูนย์ส่งเสริมการค้า

24 Jan 12 ,  ฐานเศรษฐกิจ
  • 0

หอการค้า 16 ชาติยุโรปจับมือกลุ่มธุรกิจยุโรปในประเทศไทยเปิดศูนย์ส่งเสริมธุรกิจยูโรเปียน-อาเซียน (อีเอบีซี) โดยมีเป้าหมายส่งเสริมการเข้ามาทำการค้าและลงทุนของธุรกิจจากสหภาพยุโรป พร้อมกันนี้ได้เรียกร้องให้ไทยเร่งดำเนินการเจรจาข้อตกลงการค้าเสรีก่อนจะสูญเสียโอกาสทางการค้า


นายร็อลฟ-ดีเตอร์ ดาเนียล ประธานหอการค้าเยอรมัน-ไทย ในฐานะประธานอีเอบีซี เปิดเผยกับ "ฐานเศรษฐกิจ" ว่า แม้ว่าหลายชาติในยุโรปต่างก็มีหอการค้าของตัวเองในประเทศไทย แต่ไม่มีการรวมกลุ่มเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน ดังนั้นอีเอบีซีจะทำหน้าที่เป็นกระบอกเสียงหนึ่งเดียวให้กับภาคธุรกิจของทุกประเทศจากสหภาพยุโรป (อียู) นอกจากนี้ บางประเทศที่ไม่มีหอการค้าในประเทศไทยก็สามารถใช้ประโยชน์จากอีเอบีซีในลักษณะเดียวกับหอการค้าได้อีกด้วย

วัตถุประสงค์หลักของอีเอบีซี คือช่วยส่งเสริมการเข้ามาขยายธุรกิจในประเทศไทยของบริษัทจากยุโรป โดยเฉพาะบริษัทขนาดกลางและขนาดเล็กที่ส่วนใหญ่เป็นกิจการครอบครัว ไม่มีช่องทางเข้าถึงแหล่งข้อมูลและทรัพยากรต่างๆ มากเท่ากับบริษัทขนาดใหญ่ ซึ่งโดยส่วนตัวเชื่อว่าศูนย์ดังกล่าวจะช่วยส่งเสริมภาคธุรกิจของไทยด้วย

นายดาเนียลกล่าวด้วยว่า อาเซียนเป็นตลาดที่มีศักยภาพอย่างมาก อีกทั้งเมื่อรวมกับอาเซียน +3 และ +6 ก็จะกลายเป็นตลาดที่มีขนาดใหญ่มาก "ถ้าไทยดำเนินนโยบายต่างๆ อย่างถูกต้องก็จะได้รับประโยชน์จากตรงส่วนนี้มาก เนื่องจากไทยเป็นประตูสู่ประเทศเพื่อนบ้าน เช่น ลาว พม่า และกัมพูชา"
ปัญหาหนึ่งที่นายดาเนียลมองว่าเป็นอุปสรรคต่อการทำธุรกิจในไทยในขณะนี้ คือกฎข้อบังคับในหลายเรื่องที่ขาดความสมเหตุสมผล อีกทั้งจากเหตุการณ์น้ำท่วมที่ผ่านมามีผลกระทบต่อความน่าดึงดูดใจในการเข้ามาลงทุนของนักลงทุนต่างชาติ ดังนั้นจึงสำคัญมากที่รัฐบาลจะต้องมีแผนในการจัดการกับปัญหาดังกล่าวอย่างชัดเจน ซึ่งเชื่อมั่นว่ารัฐบาลเข้าใจดีกว่าแผนการเหล่านี้จะมีความสำคัญมากเพียงใด

ด้านนายเดวิด ลิปแมน เอกอัครราชทูตและหัวหน้าคณะผู้แทนสหภาพยุโรปประจำประเทศไทย กล่าวว่า หวังว่าในปี 2555 จะเป็นปีที่ไทยและอียูเสริมสร้างความสัมพันธ์ระหว่างกันและกันให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น โดยในโครงการแรกคือการเปิดศูนย์อีเอบีซี ที่จะทำหน้าที่สนับสนุนการค้าระดับทวิภาคีระหว่างไทยและอียู และช่วยโปรโมตประเทศไทยในฐานะประตูสู่อาเซียน

นอกจากนี้ หวังว่าไทยจะเจรจาข้อตกลงการค้าเสรี (เอฟทีเอ) กับอียูได้ในปีนี้ "อียูกำลังเดินหน้าเจรจาเอฟทีเอกับหลายประเทศในอาเซียน โดยการเจรจากับสิงคโปร์กำลังจะได้ข้อสรุป การเจรจากับมาเลเซียก็คืบหน้าไปมาก และกำลังจะเริ่มการเจรจากับเวียดนาม ส่วนในเอเชียก็มีการเจรจากับทั้งเกาหลีใต้ ญี่ปุ่น และอินเดีย ดังนั้นหวังว่าไทยจะไม่ถูกทิ้งให้ตามหลังประเทศเพื่อนบ้าน" นายลิปแมน กล่าว

ทั้งนายลิปแมนและนายดาเนียล ให้ความเห็นสอดคล้องกันว่า เอฟทีเอระหว่างไทยอียูมีความสำคัญมากที่จะต้องเกิดขึ้น เพราะนอกจากอียูจะเป็นตลาดส่งออกขนาดใหญ่อันดับ 2 ของไทยด้วยมูลค่าการส่งออกประมาณ 18,000 ล้านยูโรในปี 2553 แล้ว เมื่อถึงสิ้นปี 2556 ไทยก็จะสูญเสียสิทธิประโยชน์จากระบบสิทธิพิเศษทางภาษีศุลกากรเป็นการทั่วไป (General System of Preferences) ซึ่งไทยเป็นประเทศที่ได้รับประโยชน์มากเป็นอันดับ 3 ไป โดยอียูจะเปลี่ยนไปให้สิทธิประโยชน์ลักษณะดังกล่าวกับประเทศที่มีการพัฒนาน้อยกว่าแทน ทำให้ความได้เปรียบของไทยจะหายไปด้วย การทำข้อตกลงการค้าเสรีกับอียูจึงเป็นประโยชน์อย่างยิ่งต่อไทย

สำหรับวิกฤติการเงินที่เกิดขึ้นกับยูโรโซนในขณะนี้ นายลิปแมนกล่าวว่า จะไม่ขัดขวางการเจรจาการค้าระหว่างอียูและประเทศคู่ค้า ในทางกลับกันจะเป็นปัจจัยที่ช่วยส่งเสริมให้ประเทศในยุโรปออกมามองหาตลาดในต่างประเทศมากขึ้น และเอฟทีเอจะเข้ามาช่วยกระตุ้นด้านการค้า เอกอัครราชทูตอียูประจำประเทศไทยยืนยันด้วยว่ายูโรโซนจะไม่ล้ม และมีความพยายามจากประเทศขนาดใหญ่ที่จะพยุงไม่ให้เกิดการล่มสลายของเงินยูโร