Switch to: uk
28 March 2017 04:46AM

Net-a-Porter ผู้นำในตลาดแฟชั่นแบรนด์หรูออนไลน์

08 Feb 16 ,  Administrator
  • 0

การจัดงาน Hong Kong Fashion Week for Fall/Winter 2016 ระหว่างวันที่ 18-21 มกราคม 2016 ที่ผ่านมา มีกิจกรรมการสัมมนาหลายหัวข้อที่น่าสนใจ หนึ่งในนั้นคือ “Net-a-Porter: The Game Changer of Online Luxury Fashion” โดย Ms. Kei Chan, Head of Marketing, Net-a-Porter, APAC

เธอได้เล่าถึงกลยุทธ์ทางการตลาดของเว็บไซต์ Net-a-Porter ในการเป็นผู้ให้บริการสำหรับลูกค้าแต่ละราย สร้างความแตกต่างจากคู่แข่งอื่นๆ ในตลาด เพื่อก้าวเป็นผู้นำในธุรกิจด้านแฟชั่นออนไลน์ไว้อย่างน่าสนใจว่า "Net-a-Porter ก่อตั้งขึ้นในปี 2000 และด้วยความที่ตลาดมีการเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว ในปี 2015 จึงได้รวมกับกลุ่ม Yoox ซึ่งเป็นผู้ให้บริการเสื้อผ้าแฟชั่นชั้นนำรายใหญ่อีกราย เพื่อนำเสนอผลิตภัณฑ์กลุ่มรองเท้า และได้ก้าวขึ้นเป็นเว็บไซต์จำหน่ายสินค้าแบรนด์ชั้นนำที่ใหญ่ที่สุดของโลก"

 

Net-a-Porter ผู้นำตลาดแฟชั่นหรูในตลาดออนไลน์

 

นอกจากการแข่งขันที่รุนแรงในตลาดอีคอมเมิร์ซระดับบนแล้ว Net-a-Porter ยังต้องแข่งขันกับธุรกิจค้าปลีกที่ต่างก็เปิดร้านค้าออนไลน์เป็นการเพิ่มช่องทางการจำหน่ายของตัวเอง ผู้ค้าปลีกจำนวนมากในสหรัฐอเมริกาและอังกฤษต่างก็พัฒนาระบบอีคอมเมิร์ซ และไม่จำกัดการขายอยู่ภายในพื้นที่ของตัวเองอีกต่อไป Net-a-Porter เองก็ต้องใช้เวลาเป็นปีในการปรับตัวให้ทัน หัวใจหลักในการเอาชนะการแข่งขันในตลาดก็คือ ความสมบูรณ์แบบของสินค้า เทคโนโลยี บริการ และเนื้อหาของเว็บ ซึ่งเนื้อหาในเว็บไซต์ Net-a-Porter นั้นโดดเด่นต่างจากของเว็บไซต์อื่นๆ

 

เว็บไซต์ Net-a-Porter เน้นกลุ่มลูกค้าหลักคือผู้หญิง นอกเหนือจากการคัดสรรสินค้าที่เหมาะสมแล้ว ยังมีการโปรโมทโดยอาศัยกลุ่มลูกค้าระดับบนสุดและผู้มีชื่อเสียงเพื่อดึงดูดความสนใจ การร่วมมือกับแบรนด์สินค้าดังๆ อาทิ Chanel ที่เป็นการร่วมงานกันครั้งแรกเมื่อปี 2015 เพื่อโปรโมทคอลเลคชั่นเครื่องประดับของ Chanel เป็นเวลา 3 สัปดาห์ เครื่องประดับเหล่านี้มีราคาตั้งแต่ $6,000 – $10,000 (210,000-350,000บาท) ซึ่งเป็นระดับราคาที่ค่อนข้างสูงมากสำหรับช่องทางออนไลน์

 

เมื่อผนวกกลุ่มลูกค้าของ Net-a-Porter กับผู้ที่ชื่นชอบแบรนด์ Chanel ทำให้เกิดการรวมตัวที่แข็งแกร่ง เราใช้โซเชียลมีเดียในการสร้างกระแสและกระตุ้นผู้บริโภคผู้หญิงก่อนการเปิดตัวสินค้า และได้รับการตอบรับที่ดีมาก โดยมีอัตราการคลิกเข้าชมที่ 2.5 ล้านครั้ง

 

เนื่องจากลูกค้าของ Net-a-Porter มาจากทั่วโลก เว็บไซต์จึงเน้นในการสร้างปฏิสัมพันธ์กับผู้บริโภคและตอบสนองต่อความต้องการของตลาดอย่างต่อเนื่อง  โดยได้เปิดให้บริการสำหรับลูกค้าแต่ละรายและทีมผู้ช่วยช้อปปิ้งที่ให้คำแนะนำการเลือกซื้อเสื้อผ้า โดยอิงจากประวัติการสั่งซื้อ บุคลิก และความชื่นชอบในแบรด์และสไตล์ ทั้งยังจัดส่งสินค้าให้ลูกค้าได้ลองถึงบ้านด้วย หากลูกค้าทดลองแล้วไม่พึงพอใจ ก็สามารถคืนสินค้านั้นได้ทันที

 

สำหรับลูกค้าที่ชื่นชอบแบรนด์หรูชั้นนำ Net-a-Porter ยังจัดทำนิตยสารรายเดือนในรูปแบบสิ่งพิมพ์และออนไลน์เพื่อนำเสนอข่าวสารในวงการแฟชั่น เนื้อหาบนเฟสบุ๊กแฟนเพจได้รับการคัดเลือกเพื่อนำเสนอข้อมูลที่น่าสนใจเช่น การดูแลรักษาเครื่องหนัง เป็นต้น เพื่อให้ผู้บริโภคได้อัพเดตเทรนด์ใหม่ๆ อยู่เสมอ

 

การขายสินค้าแฟชั่นโดยเฉพาะเสื้อผ้าผ่านช่องทางออนไลน์ มักมีคำถามว่าผู้บริโภคจะนิยมสั่งซื้อหรือไม่หากมีเรื่องของขนาดเข้ามาเกี่ยวข้อง เมื่อเทียบกับการไปเดินซื้อจากร้านค้าเอง แต่เนื่องจากลูกค้ามีความคุ้นเคยกับแบรนด์เป็นอย่างดี ดังนั้นเรื่องขนาดของเสื้อผ้าจึงไม่ได้เป็นอุปสรรคในการจำหน่ายผ่านเว็บไซต์

 

สำหรับตลาดเอเชียแปซิฟิกที่รับผิดชอบอยู่นี้ ถือว่าเป็นตลาดที่ยังใหม่และมีโอกาสที่จะเติบโตได้อีกมาก ประเทศญี่ปุ่นและจีนจัดเป็นยักษใหญ่ทางเศรษฐกิจที่ใหญ่ 3 อันดับแรกของโลก Net-a-Porter ได้เข้ามาตั้งศูนย์การตลาดในฮ่องกงเมื่อ 3 ปีที่แล้ว เนื่องจากมองว่า ฮ่องกงเป็นประตูสู่จีน และเป็นเมืองศูนย์กลางที่จะเชื่อมต่อกับเกาหลี ออสเตรเลีย สิงคโปร์ และไทย นอกจากนี้ดีไซน์เนอร์ในเอเชียเป็นที่ยอมรับมากขึ้นในเวทีแฟชั่นทั่วโลก Net-a-Porter ได้นำแบรนด์ของดีไซน์เนอร์ในภูมิภาคนี้ไม่ว่าจะเป็นญี่ปุ่น ออสเตรเลีย และมาเลเซีย เข้ามาในเว็บไซต์นอกเหนือจากแบรนด์ดังชั้นนำ


ตลาดและผู้บริโภคของแต่ละประเทศในเอเชียแปซิฟิกมีลักษณะที่แตกต่างกันมาก เช่น ผู้บริโภคในออสเตรเลียจะมีสไตล์การแต่งตัวในแบบฉบับของตัวเอง และจะไม่เปลี่ยนตามเทรนด์ใหม่ๆ มากนัก ชอบที่จะซื้อสินค้าที่ดูคลาสสิค ส่วนผู้บริโภคฮ่องกงจะตามติดเทรนด์แฟชั่นอย่างใกล้ชิด ชื่นชอบแบรนด์ใหม่ๆ ที่มีเอกลักษณ์ของตัวเอง ในขณะที่ผู้บริโภคในสิงคโปร์จะเลือกซื้อเนื้อผ้าที่เบาสบายเหมาะกับอากาศที่ร้อนชื้น ทำให้ Net-a-Porter ต้องบริหารจัดการสินค้าให้ตรงกับความต้องการของแต่ละตลาดให้เหมาะสม

 

Net-a-Porter คาดการณ์ว่าอัตราการเติบโตของแฟชั่นแบรนด์ชั้นนำในตลาดเอเชียแปซิฟิกจะอยู่ราว 20-25% ภายใน 5 ปี ซึ่งโอกาสในการขยายตัวยังมีอีกมากเมื่อเทียบกับตลาดในภูมิภาคอื่น