Switch to: uk
26 March 2017 00:09AM

หนวดเคราฮิปสเตอร์-กินคลีน-สมาร์ทวอตซ์ มาแรงปีนี้

07 Jan 15 ,  ประชาชาติธุรกิจออนไลน์
  • 0

ความน่าจะเป็นภาพรวมของเทรนด์โลกปี 2558 ประเดิมเทรนด์แรกกันด้วยเรื่องของ "สี" ที่ปลายปีก่อน "Pantone" บริษัทผลิตและจัดจำหน่ายสีสำหรับการพิมพ์ชื่อดังกระฉ่อนโลก ได้ชิงตัดหน้าเทรนด์เซตเตอร์รายอื่นด้วยการออกประกาศตามธรรมเนียมของบริษัทว่า "สีมาร์ซาล่า" หรือ

 

"สีไวน์แดงอมน้ำตาล" คือโทนสีแห่งปี 2558 ซึ่งเป็นโทนสีที่ให้ความอบอุ่นมั่นคงอย่างเป็นธรรมชาติแห่งพื้นดิน และให้ความรู้สึกลึกลับซับซ้อนน่าค้นหา จนหยิบมาใส่ในแฟชั่นเสื้อผ้าหน้าผมของทั้งชายหญิงได้แบบไม่ขัดเขิน

 

อีกทั้งถ้านำสีมาร์ซาล่ามาใช้เข้าคู่กับสีเหลืองอำพัน, เหลืองทอง หรือสีเขียว ก็จะยิ่งขับให้มีความโดดเด่นขึ้นไปอีกเท่าตัว ส่วนคนที่ไม่ชอบหรือคิดว่าสีมาร์ซาล่าไม่ใช่ทางของตัวเอง แต่อยากอินอยู่กับเทรนด์สีที่ Pantone ประกาศออกมา สามารถเลือกใช้สีตามใจชอบของตัวเองได้ เพียงแต่พยายามใช้สีที่ค่อนข้างเข้มหรืออมสีน้ำตาลสักเล็กน้อย ก็สามารถสร้างบรรยากาศของเสื้อผ้าหน้าผมใกล้เคียงไม่ต่างกันมากนัก

 

เมื่อเริ่มกันด้วยเรื่องของสีก็คงต้องต่อกันที่ "แฟชั่น" เพื่อให้อารมณ์ความฉูดฉาดไม่ขาดช่วงไป ซึ่งเทรนด์ของปี 2558 กูรูหลายคนยังเชื่อมั่นว่า "แฟชั่นย้อนยุค" จะกลับมาเป็นประเด็นให้เหล่าดีไซเนอร์และแฟชั่นนิสต้าทั่วโลกหลงใหลอีกหน โดยเฉพาะแฟชั่นช่วงปี 60 และสไตล์ฮิปปี้ในยุค 70 ที่เหล่าดีไซเนอร์จากหลาย ๆ แบรนด์ดังต่างเทใจให้ อาทิ Proenza Schouler, Alberta Ferretti, Pucci, Etro, Gucci, Yves Saint Laurent และ Valentino

 

ไม่เพียงแต่แฟชั่นย้อนยุคเท่านั้นที่ได้รับการพูดถึง "ผ้ายีนส์" ก็เป็นอีกหนึ่งตัวเลือกที่บรรดาเทรนด์เซตเตอร์มองว่า "ใช่" สำหรับช่วงเวลานี้

 

แน่นอนว่าถ้าไม่อยากหลุดออกจากเทรนด์ (อย่างน้อยก็จนกว่าจะพ้นช่วงสปริง/ซัมเมอร์) เหล่าแฟชั่นนิสต้าก็ควรจะมองหาไอเทมแฟชั่นยุค 60-70 อย่างชุดเดรสยาวให้อารมณ์ฮิปปี้หรือโบฮีเมียนส์ กางเกงบานขายาว (Flared pants) รวมทั้งชุดยีนส์ติดตู้เสื้อผ้าเอาไว้สักชิ้นสองชิ้น แต่ถ้าจะเอาให้เต็มที่ไปเลยก็ให้ไอเทมเหล่านี้หรือเครื่องประดับอื่น ๆ เป็นโทนสีมาร์ซาล่าด้วยยิ่งดี

 

ยังมีอีก 2 เทรนด์แฟชั่นที่น่าสนใจในปี 2558 คือ "หนวดเครา" สำหรับชายหนุ่มจะเข้ามาช่วยเพิ่มความเข้มมาดเซอร์ตามแบบฉบับของ "ฮิปสเตอร์" ส่วนสุดท้ายเว็บไซต์ "Style.com" คาดการณ์เอาไว้นั่นเป็นเทรนด์ "The stick and poke" หรือการสักภาพลายเส้นขนาดเล็กลงบนส่วนต่าง ๆของร่างกาย มีโอกาสได้รับความนิยมแพร่หลายมากยิ่งขึ้นกว่าเดิมเป็นเท่าตัว

นอกเหนือจากเรื่องของสีและแฟชั่นแล้ว ส่วนใหญ่น่าจะโฟกัสไปอยู่ที่เทคโนโลยีและแก็ดเจตเสริมศักยภาพสมาร์ทโฟน ควบคู่ไปกับแนวคิดสโลว์ไลฟ์ดูแลสุขภาพและรักโลกเป็นสำคัญ

 

สำหรับแก็ดเจตเสริมที่มีแนวโน้มว่าจะมาแรงในปีนี้ เห็นจะเป็น "สมาร์ทวอตช์" หรือ "นาฬิกาอัจฉริยะ" ซึ่งมีฟังก์ชั่นใช้งานมากกว่าการบอกเวลา เมื่อนำมาเชื่อมต่อเข้ากับสมาร์ทโฟน อาทิ ถ่ายรูป, เชื่อมต่อบลูทูท, รับโทรศัพท์, เล่นโซเชียลเน็ตเวิร์ก, วัดชีพจรและวัดแคลอรี่ขณะออกกำลังกาย ฯลฯ

 

แม้ว่าสมาร์ทวอตช์ไม่ใช่สิ่งประดิษฐ์แปลกใหม่ครั้งแรกในศักราชปัจจุบัน แต่ด้วยการแข่งขันอันรุนแรงของบรรดาค่ายผลิตแก็ดเจตน้อยใหญ่ ได้ทำให้เทคโนโลยีนาฬิกาอัจฉริยะครบเครื่องสมบูรณ์แบบขึ้นเรื่อย ๆ จนสาวกไอทีและคนรุ่นใหม่เริ่มหันมามองหาแก็ดเจตชิ้นนี้เพิ่มมากเป็นเท่าตัว

 

ขณะเดียวกันอุปกรณ์เสริมสมาร์ทโฟนในกลุ่มช่วยถ่ายภาพ ก็เป็นอีกหนึ่งเทรนด์ที่ฮิตต่อเนื่องมาจากปีก่อนและจะนิยมมากขึ้นอีกในปี 2558 โดยเฉพาะ "ไม้เซลฟี่" ซึ่งมีโอกาสจะกลายเป็นอุปกรณ์เสริมที่ถูกใช้กันมากมายจนเกลื่อนถนน ดังนั้น เพื่อฉีกตัวเองออกมาให้ดูยูนีคกว่าคนทั่วไปแนะนำให้เปลี่ยนไปใช้ "Drone Camera" ที่พัฒนาให้สามารถเชื่อมต่อกับสมาร์ทโฟนได้แล้ว

 

ข้ามจากเรื่องไฮเทคโนโลยีมามองเทรนด์ไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิตกันบ้าง อย่างที่กล่าวไปแล้วว่าคนรุ่นใหม่กำลังหันมาใส่ใจสุขภาพแบบจริงจัง แบ่งเวลาหลังเลิกงานมาออกกำลังกายเป็นประจำสม่ำเสมอ พร้อมทั้งยังควบคุมอาหารให้อยู่ในปริมาณเหมาะสมครบถ้วนสารอาหาร จนกลายเป็นเทรนด์เพื่อสุขภาพที่มีแนวทางใหม่ ๆ

 

ด้านของเทรนด์ออกกำลังกายปีนี้คงหนีไม่ห่างจากปีก่อนมากนัก การวิ่งและเข้าฟิตเนสน่าจะเป็นแนวทางหลักของการออกกำลังกาย อาจจะต่างไปบ้างตรงรายละเอียดของแต่ละสถานที่หรือตัวบุคคล โดยเฉพาะส่วนของฟิตเนสที่เพิ่งมีเทรนด์ใหม่น่าสนใจเข้ามาในเมืองไทยอย่าง "Hight Altilude Training" ของค่ายฟิตเนส "Virgin Actives" ซึ่งเป็นการออกกำลังกายในสตูดิโอที่เหมือนกับอยู่บนที่สูงระดับ 3,000 เมตร

 

กิจกรรมออกกำลังกายภายในสตูดิโอ Hight Altilude Training ไม่ได้จำกัดรูปแบบเอาไว้ตายตัว สามารถเลือกขยับแข้งขยับขากับอุปกรณ์ที่ชื่นชอบจาก 5 ฐานได้ตามใจ

พูดถึงการออกกำลังกายแล้วก็ขอเชื่อมโยงเข้ากับเทรนด์ "จักรยาน" ที่ยังคงมาแรงเช่นเดิม ยิ่งเมื่อบวกเข้ากับนโยบายการปรับปรุงเลนจักรยานของกรุงเทพมหานครและรัฐบาลปัจจุบัน น่าจะกระตุ้นให้เกิดความตื่นตัวเรื่องการใช้จักรยานในชีวิตจริงขึ้นเป็นลำดับ

 

ส่วนเรื่องของอาหารการกินเพื่อสุขภาพคาดว่า "อาหารคลีน" น่าจะยังเป็นเทรนด์ที่ไม่เอาต์ไปจากปี 2558 อย่างแน่นอน แต่ถ้าพูดถึงอาหารการกินในแง่ของสุนทรียภาพแล้ว เทรนด์การทานอาหารข้างทางจากร้านประเภท "Food Truck" น่าจะเป็นตัวเลือกที่ดีงามทีเดียว

 

เนื่องจากร้านอาหารสไตล์ Food Truck ส่วนใหญ่มักมีคุณภาพและรสไม่ต่างไปจากร้านหรูสักนิดเดียว แถมบางร้านยังเสิร์ฟอาหารรสเลิศยิ่งกว่าในห้างสรรพสินค้าเสียอีก สำหรับคนที่เพิ่งเคยได้ยินคำว่า Food Truck เป็นครั้งแรก เราขอชี้พิกัดร้านดังอาหารอร่อยให้พอหอมปากหอมคอสักเล็กน้อย ได้แก่ "Mother Trucker" ร้านเบอร์เกอร์ระดับพรีเมี่ยมบนถนนข้าวสาร, "Orn the Road" ร้านเบอร์เกอร์ในซอยทองหล่อ, "Food Stop" ร้านฮอตดอกที่จอดประจำ ณ เจ อเวนิว, "Summer Street" ร้านอาหารซีฟู้ดในซอยอารีย์ และ "Pizza Aroy" ร้านพิซซ่าจากทาวน์อินทาวน์

 

เทรนด์บ้าน L Shape เป็นที่นิยมในระดับสากลมาหลายสิบปีแล้ว โดยเฉพาะในสหรัฐอเมริกาและยุโรป แต่ในไทยยังติดค่านิยมแบบเดิมอยู่ ซึ่งล่าสุดแสนสิริได้นำเทรนด์ดังกล่าวเข้ามาในไทย โดยจุดเด่นของบ้าน L Shape คือตอบสนองความต้องการของคนรุ่นใหม่ที่ต้องการความเป็นส่วนตัวและต้องการพื้นที่สีเขียวมากกว่าแค่เพียงสนามหญ้าหน้าบ้าน ให้ความสำคัญกับการที่เจ้าของบ้านได้ใช้พื้นที่บ้านอย่างเต็มที่มากกว่าแนวคิดโชว์ความสวยงามของบ้านและเน้นห้องรับแขกมากกว่าส่วนอื่นของบ้าน

 

เปรียบเทียบความแตกต่างระหว่างบ้าน L Shape กับบ้านแบบนิยมดั้งเดิมคือ บ้านแบบดั้งเดิมจะวางตัวบ้านไว้ตรงกลางพื้นที่ แล้วมีที่ว่างเล็ก ๆ ระหว่างตัวบ้านกับรั้วบ้าน พื้นที่ว่างหน้าบ้านทำเป็นสนามหญ้า ส่วนใหญ่ไม่นิยมปลูกต้นไม้สูง เพราะจะบดบังความสวยงามของตัวบ้าน แต่บ้าน L Shape จะวางตัวบ้านเกือบติดรั้ว เหลือพื้นที่ว่างหน้าบ้านเพียงเล็กน้อย

 

ส่วนตัวบ้าน L Shape ด้านหน้าเป็นเส้นตรงไม่เน้นดีไซน์มากมาย ห้องด้านหน้าใช้เป็นพื้นที่ใช้สอย พื้นที่เซอร์วิส ไม่ว่าจะเป็นครัว พื้นที่ซักล้าง ห้องเก็บของ หรือห้องแม่บ้าน กลับด้านกับบ้านดั้งเดิมที่เอาพื้นที่ใช้สอยไว้หลังบ้านและเน้นห้องรับแขกเป็นห้องแรกของตัวบ้าน

 

ส่วนใช้สอยที่นำไปไว้ด้านหน้าเพื่อให้เจ้าของบ้านได้ใช้พื้นที่หลังบ้านอย่างเป็นส่วนตัว โดยไม่ต้องกังวลว่าจะมีใครผ่านมาเห็นว่ากำลังทำอะไรอยู่หน้าบ้าน ทั้งห้องนอน ห้องทำงาน พื้นที่พักผ่อน จะอยู่ในโซนหลังบ้านท่ามกลางสวนสีเขียวที่เหลือพื้นที่อยู่ประมาณ 1 ใน 4 ของพื้นที่รวม และหากเป็นหมู่บ้านจัดสรร หรือถ้าใครมีเพื่อนบ้านที่มีความต้องการตรงกัน สามารถรวมกลุ่มกันสร้างเป็นกลุ่มบ้าน L Shape 4 หลัง เพื่อนำพื้นที่สีเขียวของบ้าน 4 หลังมาต่อกันให้เกิดเป็นพื้นที่สีเขียวขนาดใหญ่ 1 ผืน

 

ไลฟ์สไตล์เทรนด์สุดท้ายที่อยากกล่าวถึงคือ "เทรนด์ดูหนังสารคดี" ซึ่งเติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่องใน 2 ปีที่ผ่านมา โดยเฉพาะช่วงปลายปี 2557 มีผู้คนตบเท้าเข้าไปดูหนังสารคดีในโรงกันอย่างเนืองแน่น ความดีความชอบของการผลักดัน

 

เทรนด์ดังกล่าวน่าจะเป็นผลมาจาก "Documentary Club" ที่มี "ธิดา ผลิตผลการพิมพ์" บรรณาธิการนิตยสาร Bioscope เป็นหัวหอกขับเคลื่อนระดมทุนซื้อสิทธิ์หนังเข้ามาฉาย ทำให้ตั้งแต่เดือนธันวาคมที่ผ่านมา คนไทยมีโอกาสได้ชมหนังสารคดีชั้นดีอย่าง Finding Vivian Maier, The Case Against 8, The Circle รวมทั้งเรื่องอื่น ๆ ที่กำลังดาหน้ากันเข้าฉายอย่างต่อเนื่อง จนเกิดเป็นเทรนด์ใหม่ของคนดูหนังวงกว้างที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนในไทย

 

อย่างไรก็ตาม ไลฟ์สไตล์เทรนด์ทั้งหมดทั้งมวลข้างต้นเป็นเพียงการคาดการณ์คร่าว ๆ เท่านั้น จึงต้องเฝ้าจับตามองให้ดีว่าจะมีอะไรเปลี่ยนแปลงไปจากคำทำนายไปบ้าง เพื่อให้ไม่เอาต์ออกจากเทรนด์ของโลกและสังคมจนตามไม่ทัน